วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2552

ประวัติวันคริสต์มาส

            คำว่า คริสต์มาส ภาษาอังกฤษเขียนว่า Christmas ดังนั้นอย่าลืม "ต์" อยู่ที่คำว่า คริสต์ (Christ) ไม่ใช่คำว่า "มาส" (Mas) Christmas มาจากภาษาอังกฤษโบราณว่า Christes Maesse แปลว่า บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า โดยพบคำนี้ครั้งแรกในเอกสารโบราณในปี ค.ศ.1038 ภายหลังแปรเปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmas ประวัติความเป็นมาของวันคริต์มาส ซึ่งเป็นวันเกิดของพระเยซูนั้น ตามหลักฐานในพระคัมภีร์บันทึกไว้ว่า พระเยซูเจ้าประสูติในสมัยที่จักรพรรดิซีซ่าร์ ออกัสตัส แห่งโรมัน ซึ่งทรงสั่งให้จดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งแผ่นดิน โดยฝ่ายคีรีนิอัส เจ้าเมืองซีเรียก็ขานรับนโยบาย อย่างไรก็ตามในพระคัมภีร์ ไม่ได้ระบุว่า พระเยซูประสูติวันหรือเดือนอะไร ด้านนักประวัติศาสตร์วิเคราะห์ว่า เดิมทีวันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันที่จักรพรรดิเอาเรเลียนแห่งโรมัน กำหนดให้เป็นวันฉลองวันเกิดของสุริยเทพ โดยตั้งแต่ปีค.ศ.274 ชาวโรมันซึ่งส่วนใหญ่นับถือเทพเจ้าฉลองวันนี้เสมือนว่า เป็นวันฉลองของพระจักรพรรดิไปในตัวด้วย เพราะจักรพรรดิก็เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ ที่ให้ความสว่างแก่ชีวิตมนุษย์ แต่ชาวคริสต์ที่อยู่ในจักรวรรดิโรมัน รวมถึงชาวโรมันที่เปลี่ยนไปนับถือคริสต์อึดอัดใจที่จะฉลองวันเกิดของสุริยเทพ จึงหันมาฉลองการบังเกิดของพระเยซูเจ้าแทน หลังจากที่ชาวคริสต์ถูกควบคุมเสรีภาพทางศาสนาตั้งแต่ปีค.ศ.64-313 จนถึงวันที่ 25 ธันวาคม ปีค.ศ.330 ชาวคริสต์จึงเริ่มฉลองคริสต์มาสอย่างเป็นทางการและเปิดเผย สำหรับองค์ประกอบในงานฉลองวันคริสต์มาสมีความเป็นมาเช่นกัน เริ่มที่คำอวยพรว่า Merry Christmas สุขสันต์วันคริสต์มาส คำว่า Merry ในภาษาอังกฤษโบราณ แปลว่า สันติสุขและความสงบทางใจ จึงเป็นคำที่ใช้อวยพรคนอื่น ขอให้เขาได้รับสันติสุข และความสงบทางใจ เนื่องในโอกาสเทศกาลคริสต์มาส ต่อมาคือ "เพลง" ที่ใช้เฉลิมฉลองทั้งจังหวะช้าและจังหวะสนุกสนาน ส่วนใหญ่แต่งในยุคพระราชินีวิกตอเรียแห่งอังกฤษ (ค.ศ.1840-1900) ปัจจุบันแพร่หลายไปทั่วโลกโดยแปลเป็นภาษาต่างๆ มากมาย สำหรับ "ซานตาคลอส" เซนต์นิโคลัสแห่งเมืองมีรา สมัยศตวรรษที่ 4 ได้รับการขนานนามให้เป็นซานตาคลอสคนแรก เพราะวันหนึ่งท่านปีนขึ้นไปบนหลังคาบ้านของเด็กหญิงยากจนคนหนึ่งแล้วทิ้งถุงเงินลงไปทางปล่องไฟ บังเอิญถุงเงินหล่นไปทางถุงเท้าที่เด็กหญิงแขวนตากไว้ข้างเตาผิงพอดี ปิดท้ายที่ต้นคริสต์มาส หรือต้นสนที่นำมาประดับประดาด้วยดวงไฟหลากสีสัน ต้องย้อนไปศตวรรษที่ 8 เมื่อเซนต์บอนิเฟส มิชชันนารีชาวอังกฤษที่เดินทางไปประกาศเรื่องพระเจ้าในเยอรมนี ได้ช่วยเด็กที่กำลังจะถูกฆ่าเป็นเครื่องสังเวยบูชาที่ใต้ต้นโอ๊ก โดยเมื่อโค่นต้นโอ๊กทิ้งก็ได้พบต้นสนเล็กๆ ต้นหนึ่งขึ้นอยู่โคนต้นโอ๊ก ท่านจึงขุดให้คนที่ร่วมพิธีกรรมเหล่านั้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของชีวิต และตั้งชื่อว่า ต้นกุมารพระคริสต์ ต่อมามาร์ติน ลูเธอร์ ผู้นำคริสตจักรชาวเยอรมัน ตัดต้นสนไปตั้งในบ้านในเดือนธันวาคม ปีค.ศ.1540 หลังจากนั้นในศตวรรษที่ 19 ต้นคริสต์มาสจึงเริ่มแพร่ไปสู่ประเทศอังกฤษและทั่วโลก

คริสต์มาส คือการฉลองการบังเกิดของพระเยซูเจ้า เราเฉลิมฉลองกันในวันที่ 25 ธันวาคม คำว่า คริสต์มาส เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ Christmas ซึ่งมาจากภาษาอังกฤษโบราณว่า Christes Maesse ที่แปลว่า บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า เพราะการร่วมพิธีมิสซา เป็นประเพณี สำคัญที่สุด ที่ชาวคริสต์ถือปฎิบัติกันในวันคริสต์มาส คำว่า Christes Maesse พบครั้งแรกในเอกสาร โบราณ เป็นภาษาอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1038 และคำนี้ก็แปรเปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmas คำทักทายที่เราได้ฟังบ่อย ๆ ในเทศกาลนี้คือ Merry Christmas คำว่า Merry ในภาษาอังกฤษโบราณ แปลว่า สันติสุขและความสงบทางใจ เพราะฉะนั้น คำนี้จึงเป็นคำที่ใช้อวยพร คนอื่น ขอให้เขาได้รับสันติสุข และความสงบทางใจ เนื่องในโอกาสเทศกาลคริสต์มาส

ประวัติวันวาเลนไทน์

ประวัติวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรัก
ประวัติวาเลนไทน์ วันนักบุญวาเลนไทน์ (Saint Valentine’s Day) หรือที่เป็นที่รู้จักว่า วันวาเลนไทน์ (Valentine’s Day) ตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันประเพณีที่คู่รักบอกให้กันและกันทราบเกี่ยวกับความรักของพวกเขา โดยการส่งการ์ดวาเลนไทน์ ซึ่งโดยมากจะไม่ระบุชื่อ วันนี้เริ่มเกี่ยวข้องกับความรักแบบชู้สาวในช่วงยุค High Middle Ages เมื่อประเพณีความรักแบบช่างเอาใจ (courtly love) แผ่ขยาย
ประวัติวันวาเลนไทน์
วันวาเลนไทน์นั้นมีมาตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโรมัน ในกรุงโรมสมัยก่อนนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ จะเป็นวันเฉลิมฉลองของจูโน่ซึ่งเป็นราชินีแห่งเหล่าเทพและเทพธิดาของโรมัน ชาวโรมันรู้จักเธอในนามของเทพธิดาแห่ง อิสตรีและการแต่งงาน และในวันถัดมาคือวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ก็จะเป็นวันเริ่มต้นงานเลี้ยงของ Lupercalia การดำเนินชีวิตของเด็กหนุ่มและเด็กสาวในสมัยนั้นจะถูกแยกจากกันอย่างเด็ดขาด แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีประเพณี อย่างนึง ซึ่งเด็กหนุ่มสาวยังสืบทอดต่อกันมา คือ คืนก่อนวันเฉลิมฉลอง Lupercalia นั้นชื่อของเด็กสาวทุกคนจะถูกเขียนลงในเศษกระดาษเล็ก ๆ และจะใส่เอาไว้ในเหยือก เด็กหนุ่มแต่ละคนจะดึงชื่อของเด็กสาวออกจากเหยือก แล้วหลังจากนั้นก็จะจับคู่กันในงานเฉลิมฉลอง บางครั้งการจับคู่นี้ ท้ายที่สุดก็จะจบลงด้วยการที่เด็กหนุ่มและเด็กสาวทั้งสองนั้นได้ตกหลุมรักกันและแต่งงานกันในที่สุด
ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง (Claudius II) นั้น กรุงโรมได้เกิดสงครามหลาย ครั้ง และคลอดิอุสเองก็ประสบกับปัญหาในการที่จะหาทหารจำนวนมากมายมหาศาลมาเข้าร่วมในศึกสงคราม และเขาเชื่อว่าเหตุผลสำคัญก็คือ ผู้ชายโรมันหลายคนไม่ต้องการจากครอบครัวและคนอันเป็นที่รักไป และด้วยเหตุผลนี้เอง ทำให้จักรพรรดิคลอดิอุสประกาศให้ยกเลิกงานแต่งงานและงานหมั้นทั้งหมดในกรุงโรม ถึงกระนั้นก็ตาม ยังมีนักบุญผู้ใจดีคนหนึ่งซึ่งชื่อว่า ท่านนักบุญวาเลนไทน์ ท่านเป็นพระที่กรุงโรมในสมัยของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง ท่านนักบุญวาเลนไทน์และนักบุญมาริอุส ได้จัดตั้งกลุ่มองค์กรเล็ก ๆ เพื่อช่วยเหลือชาวคริสเตียนที่ตกทุกข์ได้ยากเหล่านี้ และได้จัดให้มีการแต่งงานของคู่รักอย่างลับ ๆ ด้วย
และจากการกระทำเหล่านี้เอง ทำให้นักบุญวาเลนไทน์ถูกจับและถูกตัดสินประหารโดยการตัดศีรษะ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ประมาณปีคริสต์ศักราชที่ 270 ซึ่งถือเป็นวันที่ท่านได้ทนทุกข์ทรมานและเสียสละเพื่อเพื่อนมนุษย์
 
ประวัตินักบุญวาเลนไทน์
นักบุญวาเลนไทน์ ทำให้จักรพรรดิที่โรมเกิดความสำนึก และผู้พิพากษาได้กลับใจมาเป็นคาทอลิกเพราะท่านนักบุญทำให้บุตรสาวของเขาหาย จากตาบอด
วา เลนไทน์ บวชเป็นพระสงฆ์ที่กรุงโรมและได้เป็นพระสังฆราชในเวลาต่อมา ท่านได้ถูกจับโดยคำสั่งของจักรพรรดิโกลดิโอ ที่ 2 เพราะท่านขึ้นชื่อลือเด่นในทางบำเพ็ญฤทธิ์กุศลหลายประการขั้นแรกจักรพรรดิ ทรงซักถามวาเลนไทน์ด้วยความมักรู้มักเห็น แต่ต่อมาทรงรู้สึกสนพระทัยในคำสอนของคริสตัง ที่สุดพระองค์ตรัสว่า : “คำสอนของบุรุษผู้นี้ฟังแล้วจับใจจริง ๆ แต่ในขณะที่พระองค์ทรงเริ่มมีความเชื่อ ท่านผู้ว่าราชการกรุงโรมก็จัดให้ผู้พิพากษานายหนึ่งเข้ามาซักถามท่านวาเลน ไทน์ ผู้พิพากษาคนนี้เยาะเย้ยท่านในเรื่องที่คริสตังชอบกล่าวว่าพระคริสต์ทรงเป็นองค์ความสว่างของโลก
ลูกสาวของผู้ พิพากษาคนนี้ตาบอด วาเลนไทน์ได้ทำอัศจรรย์ให้หาย อัสเตริอุส ผู้พิพากษาจึงกลับใจเชื่อถึงพระเยซูคริสตเจ้า เมื่อเห็นดังนั้น ท่านผู้ว่าราชการเกิดความอิจฉา และต้องการกำจัดท่านวาเลนไทน์ จึงจับท่านวาเลนไทน์ไปขังไว้ในคุกมืด แล้วใช้ไม้เป็นปุ่มเป็นตาเฆี่ยนท่านอย่างสาหัส ที่สุดนำท่านไปตัดศีรษะ นักบุญวาเลนไทน์ เป็นองค์อุปถัมภ์ของชาวเมืองตารัสก็อง (ภาคใต้ของฝรั่งเศส)

โกะ คือ

หมากล้อ

หมากล้อม หรือ โกะ (ญี่ปุ่น: 囲碁 (いご), โรมะจิ: igo (อิโกะ); จีน: 围棋, พินอิน: Wei Qi (เหวยฉี); อังกฤษ: Go) นั้นเดิม ถือกำเนิดขึ้นในประเทศจีน เมื่อประมาณ 3,000-4,000 ปีมาแล้ว เป็นสิ่งแสดงถึงความเก่าแก่และลึกซึ้งของอารยธรรมจีน ในภาษาจีน เรียกโกะว่า "เหวยฉี" (Wei Qi)
เหวยฉีเป็นที่นิยมเล่นกันในหมู่ปัญญาชนชั้นสูงและขุนนางผู้บริหารประเทศ ในสมัยนั้น เหวยฉีหรือหมากล้อมเป็นหมากกระดานประจำชาติจีน ถูกจัดเป็น 1 ใน 4 ศิลปะประจำชาติจีน (ได้แก่ หมากล้อม ดนตรี กลอน ภาพ) เป็นภูมิปัญญาจีนแท้ ในขณะที่หมากรุกจีนยังมีเค้าว่ารับมาจากอินเดียและเพิ่งจะแพร่หลายในสมัยราชวงศ์ถังเท่านั้น
ต่อมา เหวยฉี ได้แพร่เข้าสู่ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลี ที่ญี่ปุ่นนี้เอง ที่เป็นแผ่นดินทองของ "โกะ" ซึ่งเป็นคำที่ญี่ปุ่นใช้เรียกเหวยฉีหรือหมากล้อม
โกะรุ่งเรืองอย่างมากในญี่ปุ่น สมัยโชกุนโตกุกาว่า ได้สนับสนุนให้ทหารเล่นโกะ เปลี่ยนวิธีการรบด้วยกำลังเป็นการรบด้วยปัญญา และยังสนับสนุนให้โกะแพร่หลายมากยิ่งขึ้นอีก โชกุนโตกุกาว่าได้ตั้งสำนักโกะขึ้น 4 สำนัก เพื่อคัดเลือกผู้เป็นยอดฝีมือโกะของญี่ปุ่น โดยจัดให้สำนักทั้ง 4 คือ ฮงนินโบ, อิโนอูเอะ, ยาสุอิ และ ฮายาชิ ส่งตัวแทนมาประลองฝีมือเพื่อชิงตำแหน่ง "เมย์จิน" จากการส่งเสริมโกะของญี่ปุ่น ทำให้อีกประมาณ 100 ปีต่อมา มาตรฐานฝีมือนักเล่นโกะของญี่ปุ่นก็ก้าวนำจีน ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของโกะรวมทั้งประเทศเกาหลีไปไกลแล้ว
ปัจจุบันทั่วโลกเล่นโกะกันอย่างแพร่หลาย โกะเรียกเป็นสากลว่า "Go" ปัจจุบัน โกะแพร่หลายในกว่า 50 ประเทศ ทวีปออสเตรเลียและอเมริกาเหนือทุกประเทศ อเมริกาใต้, ยุโรป, เอเชีย เกือบทุกประเทศรวมทั้งประเทศไทย ในทวีปแอฟริกาแพร่หลายในประเทศแอฟริกาใต้
ใน พ.ศ. 2522 ได้เกิด "สมาพันธ์หมากล้อมนานาชาติ" (International Go Federation) ขึ้น มีประเทศสมาชิกเริ่มแรก 15 ประเทศ ในพ.ศ. 2535 เพิ่มเป็น 50 ประเทศ ประเทศไทยได้เข้าเป็นสมาชิกเมื่อ พ.ศ. 2526 ประชากรที่เล่นโกะในจีนประมาณว่ามี 10 ล้านคน, ญี่ปุ่นมี 10 ล้านคน, เกาหลีมี 10 ล้านคน (เกาหลีมีประชากรทั้งหมด 44 ล้านคน ประชากรที่เล่นโกะมีถึงเกือบ 1 ใน 4 ของประชากรประเทศ), ในไต้หวันมี 1 ล้านคน, สหรัฐอเมริกามี 1 ล้านคน โกะในด้านการศึกษามา

เทคนิคการเรียนเก่ง 7 ข้อ

ข้อที่ 1 : พกปากกาสี  12  สี  ติดตัว
  ทฤษฎีสี กล่าวไว้ ว่า สีจะสามารถเพิ่มการจดจำเนื้อหาต่าง ๆ ได้มากกว่า สีน้ำเงินที่เขียนตามปกติ
จึงควรซื้อปากกาสีต่าง ๆ ติดตัวไว้ เวลาอ่านหนังสือก็ใช้ปากกาสีในการจดเนื้อหา ของ stabio ก็ดีนะ ทนหลายปีเลยแหล่ะ
* สำหรับคนที่กลัวว่าจะจดไม่ทันก็ใช้วิธีจดเฉพาะเนื้อหาสำคัญพร้อมกับบันทึกเสียงไปพร้อม ๆ กัน แค่นี้ก้อสามารถจดจำได้แล้วล่ะ
ข้อที 2 : ใช้สมุด note ที่ไม่มีเส้น
  การใช้สมุดnote ที่มีลายเส้นนั้นเหมือนเราอยู่แต่ในกรอบเส้นนั้น แต่ถ้าใช้สมุดnote ที่ไม่มีเส้นนั้นจะ
ทำให้เราไม่มีกรอบในการเขียน เราอยากเขียนอะไรก็อยากเขียนได้ทั้งนั้น  ปัจจุบันหาซื้อยาก ต้องลองหาแถว ร้านขายสมุดวาดรูปดูน่ะ
ข้อที่ 3 : บันทึกงานออกมาในรูป Mind Map  Or  Pic.
  ถ้าเราอ่านหนังสือการ์ตูนตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว กับอ่านหนังสือ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราจะสามารถจดจำ
การ์ตูนได้มากกว่า  เวลาจดเนื้อหาบางอย่างอาจจะจดในรูปแบบ Pic. จะสามารถจดจำได้มากกว่า
การบันทึกงานในรูปแบบของ mind Map จะเป็นการแบ่งเรื่องหัวข้อใหญ่ต่าง ๆ เพื่อใช้ในการอ่าน อาจใช้ mind map เป็นรูปก็ได้
ข้อที่ 4 : Mp3
 เราควรจะมี mp3 เพื่อใช้ในการบันทักเสียงเวลาที่คุณครูสอนแต่ไม่สามารถฟังและเก็บเกี่ยวเนื้อหาได้ครบทุกอย่าง
หากเราอัดไว้ก็จะสามารถย้อนกลับไปฟังได้ หลาย ๆ ครั้ง ก่อนสอบ
ข้อที่ 5 : เอาใจครู
เอาใจครูในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเอาอกเอาใจครู หมายถึง ทำตัวตามสไตร์ที่คุณครูชอบ เพื่อเพิ่มความชอบของคุณครูในตนเอง
เวลาเราชอบครูคนไหนก็อยากเรียนกับครูคนนั้น อยากส่งงาน ครู อยากเจอหน้าครู ก็จะทำให้เรียนเก่งยิ่งขึ้น
เพราะ  เราอยากเรียนวิชานั้น ๆ
ข้อที่ 6 : พูดคุยกับปากกา
ก่อนสอบ หรือก่อนเขียนงานเราควรพูดคุยกับปากกาบ้าง 
คุณหนูดี กับ ด็อกเตอร์ อะไรเนี่ยแหล่ะจำชื่อไม่ได้  ก็ใช้วิธีนี้จนเรียนจบปริญญา
ข้อที่  7 : นั่งหน้าห้อง
  นั่งหน้าห้องจะสามารถทำให้เราได้ยินมากกว่าคนที่นั่งข้างหลังเรา เห็นชัดกว่าคนข้างหลังเรา
และสามารถถามครูได้มากกว่า ซึ่งมันเป็นที่แน่นอนอยู่แล้ว
เครดิต  ; หนังสือของคุณหนูดี  เราย่อออกมาเหลือแค่นี้แหล่ะ     

โคนัน ภาคจบ

 ตอน 1

หลังจากที่โคนัน (หรือจริง ๆ แล้วชินอิจินั่นแหละ) เข้าไปอาศัยอยู่ที่สำนักงานนักสืบโมริเป็นเวลานานหลายเดือน ในที่สุดวันนี้ วันที่เขารอคอยก็มาถึง
โมริ โคโกโร่ ได้รับแจ้งให้ไปสืบคดีฆาตกรรมคดีหนึ่งที่โรงแรมควีนกลางกรุงโตเกียว คดีฆาตกรรมปิดฉากลงเรียบร้อยด้วยฝีมือการคลี่คลายของโคนัน (ถึงแม้ความดีความชอบจะตกเป็นของโคโกโร่ก็เถอะ) แต่โคนันสืบได้ว่าคดีนี้เกี่ยวข้องกับพวกชายชุดดำ เขาเจอสมุดบันทึกเล่มนึงของผู้ตาย และเขาก็เก็บเอามาแล้วด้วย เขาแอบมันไว้ในเสื้อ หลังคดีปิดลงก็มืดพอดี โคนัน รัน โคโกโร่เดินกลับบ้าน ระหว่างทาง
พี่รันฮะ คุณลุง ผมจะไปค้างบ้านดร.นะฮะ ตอนกลางวันดร.โทรมาบอกว่ามีของเล่นชิ้นใหม่จะให้เล่น ผมไปนะฮะพูดจบโคนันก็วิ่งออกไปทันที ทิ้งให้อีกสองคนมองตามอย่างครุ่นคิด
นึกว่ามันจะไม่ใช่เด็กธรรมดาซะอีก เฮ้อ สงสัยคิดมากไปโคโกโร่คิด
ความรู้สึกแบบนี้ เหมือนตอนนั้นเลยรันคิดทันใดก็มีน้ำตาเอ่ออยู่ที่ตา

โคนันวิ่งมาจนถึงหัวมุมหนึ่ง เขาไม่ได้ไปบ้านดร.อากาสะ เขาหยุดอยู่ที่หัวมุมนั้น หยิบเอาบันทึกของผู้ตายขึ้นมา เปิดไปที่หน้าที่เขาคั้นเอาไว้ มันเป็นบันทึกของปีที่แล้ว

วันที่ 19 เดือน 9 ช่วงนี้มีคนสะกดรอยตาม พวกมันอยากได้อะไรกันนะ หรือว่าพวกมันต้องการชีวิตฉัน ไม่นะ ฉันยังไม่อยากตาย

วันที่ 21 เดือน 9 เมื่อไหร่พวกมันจะเลิกสะกดรอยตามซะทีนะ พวกมันต้องการอะไรกันแน่

วันที่ 30 เดือน 9 และแล้วความอดทนของฉันก็สิ้นสุดลง วันนี้เองที่ฉันต้อนพวกมันออกมาได้ฉันขู่มันว่าถ้าไม่ออกมาฉันจะแจ้งความ พวกมันออกมา พระเจ้า มันแต่งชุดดำทั้งชุด แม้แต่แววตาของพวกมันยังส่อให้เห็นถึงแววตาโหดเหี้ยมแววตาของปีศาจ หัวหน้าของมันยิ่งหน้ากลัวใหญ่ ผมยาวของมันยิ่งทำให้เค้าหน้ามันดูโหดเหี้ยมยิ่งขึ้น มันบอกฉันว่ามันมีธุระกับฉัน มันจะติดต่อกับฉันอีกที

คงจะเป็นยีน ครั้งนี้พวกแกพลาดครั้งใหญ่เลยนะ ปล่อยให้เหยื่อทิ้งหลักฐานชิ้นโตเอาไว้แบบนี้น่ะโคนันพูดกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยแล้วอ่านบันทึกเล่มนั้นต่อ

วันที่ 3 เดือน 10 หลังจากรอพวกมันให้ติดต่อมาอยู่หลายวัน หลังจากที่ฉันต้องอยู่ในอาการหวาดผวามาตลอด วันนี้หลังกลับจากไปกินเลี้ยงฉันเจอกระดาษแผ่นนึงวางอยู่บนโต๊ะทำงานของฉัน พระเจ้า ฉันอยากจะร้องไห้เหลือเกิน กระดาษแผ่นนั้นเขียนด้วยลายมือเลือด มันน่ากลัวเหลือเกิน แล้วฉันก็ต้องตกใจหนักเข้าไปอีก พวกมันรู้ มันรู้อดีตของฉัน พระเจ้า มันขู่ให้ฉันร่วมมือกับมัน ไม่งั้นมันจะบอกตำรวจ ฉันจะทำยังไง คงต้องร่วมมือกับพวกมันกระมัง

บ้าจริง อดีตอะไรกันนะ นายนานาตะมีอดีตอะไรกันแน่นะโคนันเริ่มหงุดหงิดแล้วจึงอ่านต่อ

วันที่ 5 เดือน 10 ฉันตัดสินใจเด็ดขาดแล้วฉันจะร่วมมือกับพวกมัน
วันที่ 7 เดือน 10 พวกมันติดต่อมาแล้ว พวกมันบอกให้ฉันไปหาที่โรงแรมควีน วันพรุ่งนี้

วันที่ 8 เดือน 10 พวกมันบอกให้ทำจริง ๆ ทำในสิ่งที่ฉันเลิกทำมานับสิบปี

วันที่ 10 เดือน 10 ฉันกำลังเริ่มทำ ทำงานให้พวกมัน คิดดูแล้วก็คุ้มเหลือเกิน ทำงานแค่ชิ้นเดียวแต่ได้เงินเยอะเป็นบ้า

งานอะไรนะ ทำอะไรกันแน่ นายนานาตะคนนี้มีอดีตอะไรกันนะ มันต้องเป็นอดีตที่ผิดกฎหมายแน่ ๆ ไม่งั้นคงไม่กลัวตำรวจโคนันชักโมโห แล้วเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาหยิบโทรศัพท์รูปต่างหูออกมาแล้วโทรไปหาดร.อากาสะ
ดร.ช่วยสืบหาข้อมูลของคนที่ชื่อ นานาตะ ซามากิ ให้ผมหน่อยนะครับพูดจบก็วางหูทันที

นานาตะ ซามากิคนอีกฝั่งทวนชื่อนี้ช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงครุ่นคิด
ใครโทรมาเหรอ หนูไอความจริงแล้วคนรับโทรศัพท์คือ ไฮบาระ ไอ!!!
ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เค้าโทรผิดน่ะค่ะ หนูขอตัวขึ้นข้างบนก่อนนะค่ะระหว่างเดินขึ้นบันไดก็คิดอะไรไปมากมาย
เกิดอะไรขึ้น ทำไมหมอนั่นถึงต้องการข้อมูลของนานาตะ หรือว่า…’ คิดได้แค่นั้นก็แสดงสีหน้าตกใจออกมา

บ้าจริง ฝนตกโคนันพูดอย่างหงุดหงิดเต็มที เขาวิ่งมาหาที่หลบฝน วิ่งมาจนถึงร้านกาแฟแห่งนึง เขาจึงเดินเข้าไปข้างใน นั่งลงที่โต๊ะนึง แล้วอ่านบันทึกต่อ

วันที่ 16 เดือน 10 และแล้วฉันก็หาส่วนประกอบที่ต้องการทั้งหมดได้ครบแล้ว เอาล่ะ ฉันจะเริ่มทำให้มันเป็นรูปเป็นร่างซะทีล่ะนะ

ลูกพี่ วันนี้สะใจจริง ๆ เลยนะเสียงใครสักคนที่นั่งอยู่หลังโคนันดังขึ้น
พูดเสียงดังอย่างงี้ แย่จริง เสียสมาธิหมดโคนันคิด
พูดเบา ๆ ซิวะ อยากให้ใครเค้าได้ยินรึไงเสียงนี้ทำให้โคนันถึงกับสะดุ้ง
ว็อดก้านี่นาโคนันพูดกับตัวเองเบา ๆ
ฮะฮ้า มาให้ดมกลิ่นถึงที่เลยนะ คงไม่ปฏิเสธล่ะโคนันพูดเบา ๆ แล้วแอบฟังพวกคนชุดดำคุยกัน
แต่ทำไมวันนี้เราไม่ใช้ยานั่นล่ะพี่อีกเสียงดังขึ้น
ลูกพี่ใหญ่สั่งห้ามใช้คงหมายถึงยีนนั่นเอง
โคนันนั่งฟังชายชุดดำคุยกันอย่างสนใจ เขาเก็บสมุดบันทึกเอาไว้ในเสื้อตามเดิม สั่งโกโก้ร้อนมากินไปด้วยเพื่อไม่ให้ใครสงสัย แต่เค้าไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ามีใครคนนึงกำลังแอบมองเขาอยู่เหมือนกัน
เหยื่อติดเบ็ดแล้วซินะคน ๆ นั้นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม
ว่าไงนะ ได้ ได้ จะรีบกลับไปเดี๋ยวนี้ล่ะเสียงว็อดก้าคุยโทรศัพท์ โคนันรีบจ่ายเงินทันที
ว็อดก้ากับลูกน้องกำลังออกไปแล้ว โคนันรีบตามทันที เค้าเอาเครื่องดักฟังรูปกระดุมติดไปที่ลูกน้องของว็อดก้าอย่างยากลำบาก แต่ก็สำเร็จ ข้างนอกฝนหยุดตกแล้ว

เอาล่ะ เดี๋ยวค่อยตามเขาพูดกับตัวเองเบา ๆ โดยไม่รู้เลยว่ามีใครกำลังตามเขามาอย่างเงียบ ๆ
ทำไมดร.ไม่โทรกลับมาซะทีนะโคนันพูดกับตัวเองอีกครั้งในขณะที่เดินอยู่ ตอนนี้เขากำลังสะกดรอยตามพวกชายชุดดำอยู่
เอ๋ พวกมันจะไปไหนกันนะ ทำไมสัญญาณมันเคลื่อนที่เร็วอย่างงี้ล่ะ คงจะไปรถซินะ เอาล่ะ ยืมหน่อยนะพูดกับตัวเองแต่ก็คว้ารถจักรยานเด็กที่จอดอยู่ใกล้ ๆ ไป
ชิเสียงดังขึ้นจากริมฝีปากของใครคนหนึ่งที่สะกดรอยตามโคนันมา มันรีบเดินไปคว้ารถจักรยานอีกคันที่เป็นของผู้ใหญ่ตามโคนันไป
หรือว่ามันจะรู้ตัวแล้วใครคนนั้นเหมือนจะพึมพำกับตัวเองซะมากกว่า
ไม่หรอกน่า ไม่มีทางหรอกมันพูดอีกครั้ง

อ้าว จะไปไหนน่ะเสียงของโคโกโร่ดังขึ้น
หนูรู้สึกใจไม่ดีน่ะค่ะพ่อ จะไปดูโคนันที่บ้านดร.ซะหน่อยรันตอบ
นั่นซินะ วันนี้พ่อเองก็ใจไม่ดีเหมือนกัน รู้สึกเป็นห่วงเจ้าเปี๊ยกนั่นตะหงิด ๆ ไปดูมันซะหน่อยก็ดี ไปเถอะโคโกโร่ว่า

โคนันสะกดรอยตามพวกว็อดก้ามาจนถึงโรงงานแห่งหนึ่ง โรงงานที่น่ากลัวเหลือเกิน โรงงานที่ให้บรรยากาศเหมือนโรงฆ่าสัตว์ โรงงานที่ทำให้คนมองอยากจะเบือนหน้าหนี
นี่คงเป็นรังของพวกมันโคนันพึมพำเบา ๆ เขาเอารถจักยานไปแอบไว้หลังพุ่มไม้ แล้วค่อย ๆ ย่องเข้าไปในโรงงานแห่งนั้น เกิดรอยยิ้มเ***้ยมขึ้นที่หน้าของใครอีกคนที่ตามโคนันมา
ได้เวลาแล้วซินะ คุโด้ ชินอิจิใครคนนั้นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงของซาตาน

อ้าว พี่รัน จะไปไหนค่ะมีเสียงทักขึ้นข้างหลัง รันจึงหันไปดู
อ้าว อายูมิ พี่จะไปบ้านดร.น่ะจ้ะ เอ๋ อายูมิไม่ได้อยู่ที่นั่นหรอกเหรอรันพูดทำหน้าครุ่นคิด
เปล่านี่ค่ะ ทำไมเหรอค่ะอายูมิจังถาม
โคนันบอกพี่ว่าดร.ทำของเล่นชิ้นใหม่ได้น่ะจ้ะ
แย่จัง ไม่เห็นมีใครบอกอายูมิเลยนี่ค่ะ คอยดูนะพรุ่งนี้อายูมิจะโวยวายให้ดูพูดพลางทำหน้าจริงจังไปด้วย
อายูมิจัง กลับบ้านเถอะลูกแม่ของอายูมิมาตาม
ค่ะ ไปนะค่ะพี่รันอายูมิโบกมือให้รัน รันได้แต่ยืนมองด้วยแววตาเศร้า ๆ เท่านั้น ในใจเธอเป็นห่วงโคนันเหลือเกิน
ในที่สุดก็ถึงซะที ดร.ค่ะ ไฮบาระ โคนันรันยืนตะโกนเรียกอยู่หน้าบ้านดร. แต่ทุกอย่างเงียบ ไม่มีใครออกมา ไม่มีเลย
ไม่อยู่กันหรอกเหรอ ไปไหนนะรันพูด พลางน้ำตาของเธอก็ไหลออกมา เธอนั่งลงที่หน้าบ้านของดร.แล้วปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่นึกอายใคร เธอเป็นห่วงโคนันเหลือเกิน เธอเป็นห่วงเค้าคนนั้น

โคนันเดินเข้ามาในโรงงานของพวกชายชุดดำ ว็อดก้าเดินเข้าไปในห้อง ๆ นึง ลูกน้องของเขาเข้าไปด้วย โคนันหามุมที่ไม่มีใครเดินผ่านได้ เค้าฟังพวกมันคุยกันผ่านทางเครื่องดักฟัง
ทำไมถึงเป็นอย่างงี้ล่ะเสียงของว็อดก้า
ฉันซิที่ต้องถามพวกแก ว่าทำไมเป็นอย่างงี้ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เสียงใครคนนึงที่คุ้นหูโคนันดังขึ้น แต่เขานึกไม่ออกเลยจริง ๆ ว่ามันเป็นเสียงของใคร
หรือว่า จะมีคนทรยศครับเสียงนั้นเป็นของว็อดก้า
ฉันก็คิดว่าน่าจะเป็นอย่างงั้น แต่ใครกันล่ะที่ทรยศ ใครกันเสียงที่คุ้นหูดังขึ้นอย่างดุดัน
เอ่อ หรือว่าจะเป็นลูกพี่…”
แกสงสัยชั้นเหรอว็อดก้าเสียงของยีนดังขึ้น
เปล่าครับ ผมผมไม่กล้าหรอกครับว็อดก้าแก้ตัวตะกุกตะกัก
แต่เมื่อกี้นี้ฉันได้ยิน…”
หยุดซะทีเสียงที่คุ้นหูโคนันดังขึ้นอีก โคนันกำลังสงสัยว่าเค้าคงเป็นหัวหน้าของพวกชายชุดดำ
แทนที่พวกแกจะมาเถียงกัน ทำไมไม่ลองคิดดูให้ดีว่าใครที่มันทรยศเราเสียงนั้นดังขึ้นอีก
หรือว่าจะเป็นคริส..เสียงว็อดก้าดังขึ้นอีก
ไม่มีทาง คริสคือคนที่ฉันไว้ใจที่สุดเสียงของหัวหน้าใหญ่ดังขึ้นอีก
หรือว่าแก ว็อดก้ายีนพูดขึ้น
โธ่ ลูกพี่อย่าพูดเล่นอย่างนี้ซิฮะ ผมไม่กล้าหรอกว็อดก้าพูดอย่างรวดเร็ว
บางทีอาจจะเป็น…” เสียงหัวหน้าใหญ่ดังขึ้น
ทันใดนั้นโคนันรู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังมองเค้าอยู่ เมื่อโคนันเงยหน้าขึ้นไปก็เจอกับ
อาจารย์โจดี้โคนันพูด
มาแอบฟังอยู่ตรงนี้จะมีอะไรดีขึ้นมาล่ะ คุโด้ ชินอิจิคำทักทายแบบนี้ทำเอาโคนันถึงกับสะดุ้ง
เอาล่ะคุโด้คุง เราเข้าไปข้างในกันดีกว่าว่าพลางก็เอาผ้าเช็ดหน้าที่มียาสลบโปะเข้าใส่โคนันแล้วลากตัวเขาเข้าไปในห้องประชุม
สวัสดีค่ะ หัวหน้า ยีน ว็อดก้าเธอเน้นเสียงหวานที่ชื่อของยีน
คริสทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกัน
ที่แท้อาจารย์โจดี้ก็คือ คริส วินยาร์ต นักแสดงชื่อดังจากอเมริกานั่นเอง ที่แท้เธอก็เป็นส่วนหนึ่งของพวกชายชุดดำ
เอาล่ะ ฉันมีของขวัญชิ้นพิเศษมาให้กับทุก ๆ คนเธอพูดด้วยน้ำเสียงเ***้ยมเกรียม แล้วถอยหลังออกไปนิดหน่อยให้ทุกคนได้เห็นโคนัน
โคนันเสียงของหัวหน้าใหญ่ดังขึ้น
ผิดแล้วล่ะค่ะ เด็กคนนี้คือ คุโด้ ชินอิจิตังหากล่ะคะคริสยังพูดต่อไป
เธอจับมันได้ที่ไหนคริสยีนเอ่ยถามขึ้น
ในโรงงานนี่ล่ะ มันสะกดรอยตามว็อดก้ากับแบรคมา” (แบรคคือลูกน้องของว็อดก้าค่ะ)


ว็อดก้า ทำไมนายไม่ระวังยีนเอ่ยขึ้นอีก
ผมขอโทษ หัวหน้าครับ เราจะทำยังไงกับมันดีล่ะครับว็อดก้าเปลี่ยนเรื่อง
เอาไปขังไว้ก่อนเสียงหัวหน้าใหญ่ฟังดูมีแววเ***้ยมเกรียม

เอ๋ พ่อออกไปไหนล่ะเนี่ย สงสัยจะออกไปซื้อเหล้าอีกแล้วล่ะซิรันพูดขึ้นหลังจากขึ้นมาบนบ้านแล้ว
ป่านนี้หมอนั่นจะเป็นไงบ้างนะเธอยังพูดต่อด้วยน้ำเสียงเศร้า ๆ พลันตาก็เหลือบไปเห็นกระดาษบนโต๊ะ
พ่อไปเล่นไพ่นกกระจอก ไม่ต้องรอนอนไปก่อนได้เลยเธออ่านเสียงดังแล้วนั่งลงที่เก้าอี้อีกตัวแล้วคิดถึงเรื่องราวทั้งหมดที่ผ่านมา แต่แววตา ท่าทางครุ่นคิดของเธอต้องสะดุดลงเมื่อมีคนมาเคาะประตูบ้าน เธอลุกขึ้นมาเปิดประตูบ้าน
พี่หมอรันพูดขึ้นหลังจากเห็นว่าใครที่มาหาเธอ

ที่นี่ที่ไหนกันนะทำไมมันมืดอย่างนี้ล่ะ หรือว่าเราจะตายแล้ว แต่โอ้ย เจ็บที่นา เราคงยังไม่ตายหรอก หรือว่าพวกมันจะจับเรามาขังไว้โคนันพึมพำกับตัวเองเบา ๆ สติของเขาเริ่มกลับคืนมาอีกครั้ง
จะทำยังไงดี พวกมันต้องฆ่าเราแน่ ๆแล้วแล้วเราก็คงไม่ได้เจอกับเธอคนนั้นอีก คงไม่ได้กลับไปเป็นคุโด้ ชินอิจิอีกเราจะทำยังไงดี หรือว่าเราจะโทรไปหาดร.ดีหรือจะโทรไปหาเจ้าบ้าเฮย์จิ หรือจะโทรไปหาเธอ รัน ฉันจะทำยังไงดีเขาพึมพำกับตัวเองอีกครั้ง
ไม่ไม่ได้เราจะให้ใครมาเดือดร้อนไปกับเราไม่ได้ แต่แต่ถ้าไอ้พวกนี้มันไม่ถูกจับ พวกมันก็ต้องทำร้ายคนอีกมากมาย แต่ถ้าเราโทรไปหาเฮย์จิล่ะก็ไม่ หมอนั่นอาจจะตกอยู่ในอันตรายถ้าเราโทรไป ฉันจะทำยังไงดีนะ
ชั้นต้องหาทางออกไปจากที่นี่และจับไอ้พวกนั้นให้ได้ด้วยตัวของชั้นเองเค้าพึมพำออกมาอย่างมุ่งมั่น

อะไรนะจริงเหรอได้ได้ฉันจะรีบไปได้อืมรู้แล้วน่าได้รอฉันสักเดี๋ยวล่ะกันเสียงใครบางคนคุยโทรศัพท์อยู่

เวลาผ่านไปเนิ่นนาน โคนันกำลังนั่งคิดอะไรบางอยู่ อยู่ในที่คุมขังมืดมิดนั่น
ใครกันนะ เสียงนั่น เสียงที่คุ้นหูเหลือเกิน เสียงของใครกันนะ มันเป็นใครกันแน่นะ
เสียงคุ้นหูเหลือเกิน ฉันต้องรู้จักมันแน่ ๆ
แล้วยังจะมีอาจารย์โจดี้อีก เธอเป็นใครกันแน่นะ หรือว่า…”
ต้องใช่แน่ ๆ ผู้หญิงคนนั้น คน ๆ นั้น
คริส วินยาร์ต ต้องเป็นเธอแน่ ๆ มิน่าล่ะ ถึงได้หายไปเลยนับตั้งแต่อาจารย์โจดี้ปรากฎตัวขึ้น
และคน ๆ นั้นก็ต้องเป็น…..เค้าอย่างแน่นอน
แต่ว่าเค้าอย่างนี้ทำไมนะ ทำไมเค้าถึงต้องทำอย่างนี้นะ

แล้วทำไมไม่บอกให้มันเร็วกว่านี้ล่ะ อยากให้หมอนั่นตายไปก่อนรึไงเสียงของเฮย์จินั่นเอง เค้ากำลังโวยวายใครบางคนอยู่
หมอนั่น หมอไหน ก็นายจะให้ฉันทำยังไงล่ะ ก็ฉันติดต่อนายไม่ได้เลยนี่คาซึฮะเถียงต่ออย่างไม่ลดละ
แล้วเธอรู้เรื่องนี้ได้ยังไงล่ะเฮย์จิถาม
รันโทรมาบอกน่ะสิ ไม่งั้นฉันจะรู้ได้ยังไงกันล่ะ
บ้าจริง ดึกป่านนี้แล้วจะไปหาตั๋วเครื่องบินที่ไหนทัน นี่ขับรถให้มันเร็ว ๆ หน่อยซิว่าพลางก็หันไปเร่งคนขับรถแท็กซี่ที่นั่งอยู่ข้างหน้า คนขับรถหันมาดูเขาทีนึงแต่ก็ไม่อยากจะเถียงด้วย ในที่สุดก็ถึงสนามบิน
ขอโทษนะค่ะ เที่ยวบินสุดท้ายตั๋วหมดแล้วและเครื่องก็จะออกในอีก 20 นาทีนี้แล้วค่ะเสียงพนักงานที่สนามบินพูดกับพวกเฮย์จิ
เห็นม่ะ ไม่มีตั๋วแล้ว ไปพรุ่งนี้ไม่ได้รึไงคาซึฮะถาม
เธอจะบ้าเหรอ รันโทรมาบอกว่าโคนันหายตัวไปเธอยังจะไม่เดือดร้อนอีกเรอะ
ก็แค่หายตัวไปเองนี่นา พ่อรันเป็นนักสืบนะ เดี๋ยวก็หาตัวเจอแล้วล่ะ
เธอไว้ใจตาลุงนั่นงั้นเหรอ เฮ้พี่ชายพูดกับคาซึฮะจบก็หันไปพูดกับผู้ชายอีกคนที่เพิ่งเดินมาอยู่ใกล้ ๆ
พี่ชายจะไปไหนเหรอ
อ้อ พี่กับแฟนจะกลับบ้านที่โตเกียวน่ะ

ทำไมมาช้าจังเลยล่ะ เฮย์จิรันถาม
ก็ยัยนี่น่ะซิพูดพลางก็เหล่ไปที่คาซึฮะ
ก็นายอยากปิดมือถือเองนี่นา
มือถือมันแบตหมดตะหากล่ะ
ดีนะที่ฉันบอกพี่ชายคนนั้นว่าพ่อเจ็บหนักต้องรีบมาน่ะ แล้วก็ดีนะที่พี่ชายคนนั้นใจดีขายตั๋วให้น่ะเฮย์จิยังพึมพำอยู่เอาล่ะรีบไปกันเถอะ ไปช่วยหมอนั่นกัน
_________________
ไปทางไหนต่อน่ะเสียงหนึ่งดังขึ้น
ทางนี้อีกเสียงที่ฟังดูเล็กกว่าตอบกลับมา
เธอแน่ใจนะ ว่าจำทางไม่ผิดน่ะอีกเสียงที่ฟังดูทุ้มที่สุดดังขึ้น
แน่ใจซิ
แล้วเราจะไว้ใจเธออีกได้ยังไงเสียงแรกดังขึ้นอีก
ถ้าไม่ไว้ใจก็ไม่ต้องตามมาเสียงเล็ก ๆ นั้นตอบกลับมาอีกครั้ง
ใกล้จะถึงรึยังล่ะเสียงที่ทุ้มที่สุดเอ่ยขึ้น
อีกนิดนึง นิดเดียวเท่านั้น รอหน่อยนะเสียงเล็ก ๆ ตอบกลับมาอีกครั้ง แต่ประโยคหลังเหมือนจะพูดกับตัวเองมากกว่า

เราจะไปทางไหนกันล่ะเฮย์จิถามขึ้น
จากที่ผมสืบมามันน่าจะอยู่ทางนี้นะครับ หรือหมวดว่ายังไงครับพี่หมอของรันหรืออาราอิเดะ โทโมอากิเอ่ยขึ้น
อ้อ ผมไม่ทราบหรอกครับ ก็คุณไม่เคยบอกผมเรื่องตัวจริงของคุณเลยนี่
นั่นซิ นั่นซิ ปิดเรื่องไว้ซะเงียบเลยนะเสียงของหมวดทาคางิกับหมวดซาโต้นั่นเอง
อย่างเพิ่งทะเลาะกันเลยค่ะ เราต้องไปช่วยโคนัน เอ่อ หมอนั่นก่อนนะค่ะรันพูดอย่างร้อนใจ

ในที่สุดก็ออกมาได้ซะทีเสียงใครบางคนพึมพำขึ้นพร้อมกับเสียงหอบเหนื่อยแล้วเขาก็ได้ยินเสียงของใครบางคนข้างล่างพูดกัน
เชอร์รี่ เธอเองเหรอเนี่ย ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลยนะ ไปทำภารกิจลับซินะเสียงของคริสนั่นเอง
ใช่ แต่ไม่อยากจะเชื่อเลยนะ ขนาดฉันอยู่ใกล้คุโด้มากกว่าเธอ ยังโดนเธอแย่งผลงานไปได้ เฮ้อ ความจริงฉันน่าจะจับตัวหมอนั่นมาตั้งแต่แรก ไม่น่าเลยอีกเสียงตอบกลับมา
โคนันที่ฟังอยู่ในช่องแอร์ข้างบนถึงกับอึ้งเมื่อได้ยินเสียงของไฮบาระดังขึ้น และต้องตกใจมากกว่าเดิมเมื่อเขาได้รู้ว่าความจริงแล้วไฮบาระปลอมตัวไปเพื่อจะจับเขา
แล้วเธอจัดการกับดร.อะไรนั่นยังไงล่ะ เชอร์รี่คริสถามอีก
ก็ปิดปากเขาไปชั่วนิรันน่ะซิน้ำเสียงฟังดูโหดขึ้นเล็กน้อย
โคนันถึงกับอึ้งหนักเข้าไปอีกเมื่อได้ยินคำพูดที่หลุดออกมาจากปากของไฮบาระ
เอาล่ะ ฉันจะไปแปลงโฉมให้กลับมาเป็นคนเดิมซะหน่อยขอตัวนะ คริสไฮบาระเอ่ยขึ้นแล้วเดินจากไป

ประตูห้องคุมขังของโคนันโดนเปิดออกแต่ข้างในกลับว่างเปล่า ทำให้คนที่มาเปิดถึงกับหน้าเสีย
หายไปไหนแล้วล่ะ หรือว่าจะหนีไปแล้ว บ้าจริง
ประตูห้องปิดลงเหมือนเดิมอีกครั้ง


ไม่อยากจะเชื่อ ไฮบาระ ที่แท้เธอปลอมตัวเข้าไปเพื่อจับฉันเหรอเนี่ยโคนันพึมพำกับตัวเองเบา ๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อเลย ตอนนี้เค้าออกมานอกโรงงานได้แล้วแต่กว่าจะออกมาได้ก็ช่างยากลำบากเหลือเกิน และตอนนี้ฟ้าก็เริ่มสว่างแล้วด้วย
ถัดออกไปไม่ไกลนัก มีคนเห็นโคนันเข้าแล้ว
นั่นมัน…” เสียงทุ้ม ๆ ของใครคนนึงดังขึ้น
ใช่จริง ๆ ด้วยอีกเสียงดังขึ้น แล้วทั้งสองก็ออกวิ่ง
สองคนนั้นวิ่งมาทางด้านหลังของโคนัน หนึ่งในสองเอามือปิดปากโคนันเอาไว้ โคนันเริ่มดิ้นแต่แล้ว
พล้อก ! ! !
ชายอีกคนเอาไม้ตีหัวโคนัน ด้วยร่างกายที่อ่อนเพลียอยู่แล้วทำให้โคนันสลบทันที

หนีออกมาได้ยังไงกันนะเสียงเล็ก ๆ ดังขึ้น
แล้วจะทำยังไงกับมันล่ะเสียงทุ้ม ๆ ดังขึ้น
เดี๋ยวก็คงฟื้นแล้วล่ะอีกเสียงดังขึ้น
(อ่า 3 คนนี้คือ 3 คนเดียวกับที่เคยปรากฎตัวแล้วตอนต้นตอนน่ะค่ะ)
โคนันค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แล้วเขาก็เห็นคนสามคนที่เขาไม่คิดว่าจะได้เจอ
ดร.อากาสะ ลุง ไฮไฮบาระโคนันพูดขึ้นอย่างตกใจ
ฟื้นแล้วเหรอเสียงทุ้ม ๆ ของดร.อากาสะดังขึ้น
สลบไปตั้งนานเลยนะ คุโด้ไฮบาระพูดขึ้นด้วยเสียงเล็ก ๆ ของเธอ เธอยังตัวเล็กอยู่เลย
หนี หนีเร็วลุง หนีเร็วดร. ไฮบาระ ไฮบาระจะฆ่าพวกเราโคนันพูดแต่โคโกโร่กับดร.อากาสะกลับหัวเราะซะนี่ โคนันหันไปมองคนนั้นทีคนนี้ทีอย่างงง ๆ แล้วถามขึ้นว่า
นี่มันอะไรกันแน่น่ะ
แกเป็นนักสืบก็คิดเอาเองซิวะโคโกโร่ว่า

ใกล้จะถึงรึยังค่ะ พี่หมอรันถามด้วยความร้อนใจ
ใกล้แล้วหล่ะ เลี้ยวซ้ายอีกทีนึงก็ถึงแล้ว
ทำไมมันไกลจังล่ะค่ะคาซึฮะถามบ้าง
ทำไม เหนื่อยเหรอเฮย์จิถามกลับ
อือ ก็เดินมาตั้งไกลคาซึฮะตอบ
ก็บอกแล้วว่าไม่ต้องมาเฮจิย์ว่า แต่หมออาราอิเดะทำมือเป็นสัญญาณให้ทุกคนเงียบเมื่อมาหยุดอยู่ที่หน้าโรงงาน (โรงงานที่พวกโคนันอยู่อ่ะค่ะ)
พวกคุณเรียกกำลังเสริมได้แล้วล่ะ ที่นี่ไม่ผิดแน่หมออาราอิเดะหันมาบอกหมวดทาคางิ

โอ้ย ผมนึกไม่ออก รีบ ๆ บอกมาซะทีซิโคนันโวยวาย
งั้นฟังให้ดีนะดร.อากาสะว่า แล้วเริ่มเล่า
หนูไอน่ะ เค้าได้รับคำสั่งลับให้มาจับตัวนายไป เพราะพวกชายชุดดำรู้สึกสงสัยว่าทำไมอยู่ดี ๆ โมริ โคโกโร่ถึงได้เก่งกาจนัก สุดท้ายพวกมันก็จับได้ว่านายคือคุโด้ ชินอิจิ


แต่องค์กรก็ยังไม่แน่ใจนัก พวกมันก็เลยส่งชั้นมาอยู่กับดร.เพื่อให้สืบความจริงและจับตัวนายกลับมา ฉันไม่รู้ว่าจะมาจับนายได้ยังไงนอกจากจะสร้างภาพขึ้นมาทำเป็นว่าตัวเองหักหลังองค์กร กินยานั่นเหมือนนาย แล้วก็หนีออกมาเพื่ออาศัยอยู่กับดร. ตอนแรกฉันเองก็ไม่อยากเชื่อว่าแผนนี้มันจะได้ผลไฮบาระเล่าบ้าง
อ๋อ เธอคงคิว่าฉันกับดร.โง่ล่ะซินะโคนันพูดอย่างอารมณ์เสีย
เปล่าซะหน่อย ตอนแรกฉันก็กำลังคิดอยู่เหมือนกันล่ะว่าจะบอกองค์กรว่านายไม่ใช่คุโด้ดีรึเปล่า แต่นึกไม่ถึงองค์กรกลับรู้ซะก่อนว่านายคือคุโด้ ชินอิจิตัวจริง พวกเขาเร่งให้ฉันรีบจับตัวนายกลับมา แต่เพราะฉันรู้สึกว่าเริ่มผูกพันกับกับทุก ๆ คนแล้วฉันเลยยืดเวลาออกไปโดยการส่งข่าวมาบอกองค์กรว่าฉันยังไม่พร้อม แต่นึกไม่ถึงว่านายจะแอบมาที่นี่ซะก่อนไฮบาระตอบคำถามแล้วเล่าต่อ

แย่แล้ว ลูกพี่ เจ้าเปี๊ยกนั่นหายไปแล้วว็อดก้าวิ่งมารายงานยีน
แกว่าอะไรนะว็อดก้ายีนตะคอกถามว็อดก้า
เมื่อกี้นี้ผมกับแบรคจะเอาข้าวไปให้มันแต่พอเข้าไปข้างในมันก็หายไปแล้วว็อดก้าพูดเสียงตะกุกตะกัก
ยีนโมโหมากเขารีบวิ่งไปดูที่ห้องลับใต้ดาดฟ้าซึ่งเป็นที่คุมขังโคนัน ภายในห้องไม่มีใครอยู่จริง ๆ
นายก็กลับไปแล้ว ทีนี้จะทำยังไงล่ะลูกพี่ว็อดก้าถาม

แล้งไงต่อล่ะ เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันมาอยู่ที่นี่โคนันถามต่อ
ตอนที่นายโทรศัพท์มาน่ะ ฉันเป็นคนรับสายเองล่ะ ตอนนั้นนายพูดถึงคน ๆ นึง
อ๋อ นายนานาตะ ซามากิโคนันลืมนายคนนี้ไปแล้วสนิทเลย
ใช่ มันเป็นคนขององค์กรไฮบาระว่า
มันทำอะไรเหรอโคนันถาม
ไม่รู้สิ รู้แต่ว่าคงเป็นงานใหญ่ ไม่งั้นนายใหญ่คงไม่ยอมให้เข้ามาในนี้ไฮบาระอธิบายต่อ
พอหนูไอเค้าลงมาบอกฉันว่านายอาจจะกำลังตกอยู่ในอันตรายฉันก็เลยคิดว่าน่าจะไปหาโมริคุงให้มาช่วยๆ กันตามหานายดร.อากาสะเล่าต่อ
ระหว่างทางก็เจอรันกำลังคุยอยู่กับอายูมิ แต่เราไม่อยากให้เธอต้องมาเสี่ยงไปด้วยเลยไม่ได้บอก รีบตรงไปหาคุณโมริทันที คิดว่ายังไงซะก็คงต้องบอกความจริงให้รู้แต่นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะรู้อยู่แล้วว่านายคือดุโด้ ชินอิจิไฮบาระเล่าต่อ
ก็ทำไมจะไม่รู้ล่ะ ฉันไม่โง่สักหน่อยฉันรู้มาตลอดล่ะโคโกโร่เล่าในขณะที่โคนันทำหน้าทึ่งสุด ๆ
พอสองคนนี้มาที่บ้านฉันก็พอจะรู้ล่ะว่าเกิดเรื่องขึ้นกับนาย พวกเราก็เลยออกตามหานาย
เราไปที่ร้านกาแฟแห่งนึงก็เจอกับหมออาราอิเดะ เขาบอกว่าเห็นนายกับอาจารย์โจดี้ตรงมาทางนี้ฉันก็เลยพอจะเดาได้ลาง ๆ ว่านายกำลังถูกสะกดรอยตามไฮบาระเล่าต่อ
ฉันก็เลยเอาแว่นตาสำรองสะกดรอยตามมาอีกต่อนึง แต่ระหว่างทางแบตมันหมดเลยต้องให้หนูไอนำทางต่อจนมาถึงที่นี่ดร.อากาสะเล่า
พอมาถึงนี่เราก็ทำทีเป็นว่าให้หนูไอกลับเข้าไปในองค์กรอีกครั้งเพื่อเอาตัวแกออกมาโคโกโร่เล่า
แต่พอฉันเปิดประตูห้องขังของนายฉันก็แทบเป็นลมเพราะไม่เจอนายไฮบาระเล่าต่อ กำลังคิดอยู่ว่าจะทำยังไงดี ดร.ก็ติดต่อมาว่านายอยู่กับเขา ฉันก็เลยหนีออกมา
แล้วทำไมต้องทุบหัวฉันด้วยล่ะโคนันถามอย่างเอาเรื่อง พลางเอามือจับหัวที่ตอนนี้มีผ้าพันแผลพันอยู่
ก็นายดิ้นนี่นาดร.แก้ตัว
"แม้แต่กระจกที่สะท้อนทีอย่างตรงไปตรงมา แต่ก็ไม่อาจสะท้อนตัวตนที่แท้จริงได้"
ตอนจบ : คดีสุดท้ายของโคนัน ตอนที่ 4
นายว่ายังไงบ้างน่ะลูกพี่ว็อดก้าถามหลังจากยีนโทรไปรายงานนายใหญ่เรื่องที่โคนันหายตัวไป
นายไม่รับโทรศัพท์ ฉันกำลังสงสัยว่ามันคงหนีไปทางช่องแอร์ยีนพูด
นั่นน่ะสินะลูกพี่ว็อดก้าเสริม
แย่จริง เอ๊ะ แล้วนี่เชอร์รี่หายไปไหนแล้วล่ะคริสถาม
เห็นว่าจะไปพักน่ะยีนตอบ
แต่เมื่อกี้นี้ ฉันไปดูที่ห้องของเธอมา ไม่เห็นมีใครเลยนี่คริสยังพูดต่อด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ
หรือว่า…” ยีนพูดแล้วทิ้งท้ายเอาไว้

ทาคางิ ซาโต้ ทำอะไรทำไมไม่บอกฉันซักคำฮ่ะ คุณก็เหมือนกันหมออาราอิเดะ คุณเป็นหมอนะ นึกว่าตัวเองเป็นสายลับรึไง ทำอะไรไม่บอกผมสักคำสารวัตรเมงูเระเอ่ยขึ้น เขามาถึงหน้าโรงงานพร้อมกับกำลังเสริม
ขอโทษนะค่ะ สารวัตรหมวดซาโต้เอ่ยเสียงหวาน
สารวัตรครับผมว่าเราควรจะกระจายกำลังออกเป็นสี่ส่วนนะครับเฮย์จิที่เงียบมานานเอ่ยขึ้น
ใช่ค่ะ ส่วนแรกเข้าทางหน้า ส่วนที่สองเข้าทางหลังคาซึฮะพูด
ส่วนที่สามทางซ้าย ส่วนที่สี่ด้านขวา แค่นี้เราก็ล้อมพวกมันไว้ทุกด้านแล้วล่ะค่ะรันพูดบ้าง
ฉันรู้หรอกน่า ฉันเป็นสารวัตรนะไม่ต้องให้เด็กอย่างพวกเธอมาสอนหรอกสารวัตรเมงูเระพูดขึ้นจากนั้นเขาก็สั่งแบ่งกระจายกำลังออกเป็นสี่ส่วน

ทำไมพวกเราไม่ไปเข้าด้านหน้าล่ะเฮย์จิ มาด้านซ้ายทำไม มีแต่ต้นไม้ทั้งนั้นเลยคาซึฮะเริ่มบ่นเพราะเฮย์จิ
บอกให้มาทางด้านซ้าย
เอาเถอะน่า เอะ นั่นรอยเลือดนี่เฮย์จิหันไปเห็นรอยเลือดของโคนันที่เกิดจากการโดนทุบหัวเข้าเข้า เขาเอานิ้วไปจับแล้วพูดขึ้นว่า
แห้งแล้ว คงจะมีมาประมาณ 2 ชั่วโมงขึ้นไปแล้ว
เลือดใครกันนะ หวังว่าคงจะไม่ใช่ของ…” รันพูดแล้วทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
ไม่ใช่หรอกน่ารัน ทำใจให้สบายเถอะคาซึฮะปลอบ
เฮย์จิ ตรงนั้นมีบ้านร้างล่ะหมออาราอิเดะพูด
เราไปดูกันเถอะ หมวดทาคางิ คุณพากองกำลังบุกเข้าไปก่อนนะฮะ แล้วเดี๋ยวพวกผมตามไปเฮย์จิสั่งแล้วเรียกรันกับคาซึฮะแยกไปอีกทาง

ว่าไงทาคางิ นี่มันโรงงานร้างชัด ๆ พวกเธอกลับบอกว่านี่เป็นองค์กรอะไรไม่รู้บ้าบอสารวัตรพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
ก็หมออาราอิเดะเค้าบอกว่าที่นี่มัน…” ทาคางิเถียง
เค้าเป็นหมอนะ ส่วนนายน่ะเป็นตำรวจ ทำไมต้องเชื่อเขาด้วยล่ะเมงูเระเริ่มระเบิดอารมณ์
ก็เค้าเป็น…”
ทาคางิคุงทาคางิพูดยังไม่ทันจบซาโต้ก็เรียกชื่อเขาเสียงดัง
เป็นอะไรสารวัตรถาม
เป็นเป็นคนที่น่าเชื่อถือนี่ครับทาคางิตอบ แต่คำตอบนี้ทำเอาเขาถึงกับโดนด่ายกใหญ่
งั้นเรารออยู่นี่ก่อน ดูซิว่าคุณหมอผู้น่าเชื่อถือจะว่ายังไงสารวัตรเริ่มโมโหสุดขีด

คุโด้เสียงเรียกจากเฮย์จิทำให้โคนัน ไฮบาระ ดร.อากาสะและโคโกโร่หันไปดู
พวกนายรัน เธอมาที่นี่ได้ยังไงโคนันถาม
พวกฉันไม่บื้อนิ่เฮย์จิตอบ
เรื่องมันยาวน่ะ เอาไว้ค่อยเล่าก็แล้วกัน เข้าไปในนั้นก่อนเถอะหมออาราอิเดะพูดพลางชี้นิ้วไปที่โรงงาน

ไม่มีทาง ในนี้มีคนอยู่แน่ ๆ ทำไมกลายเป็นแบบนี้ล่ะไฮบาระโวยวายเมื่อเข้ามาในโรงงานซึ่งขณะนี้ไม่มีใครเลยนอกจากพวกเขากับตำรวจกำลังเสริม
ในขณะที่สารวัตรเถียงอยู่กับคนอื่น ๆ โคนันก็เดินสำรวจไปทั่ว แต่เสียงของทุกคนทำให้สมาธิเขาแตกกระจายจนกระทั่ง
เงียบ ๆ กันหน่อยไม่ได้รึไงโคนัน เฮย์จิและโคโกโร่ตะหวาดขึ้นพร้อมกัน พวกเขาสามนักสืบใหญ่กำลังครุ่นคิดอยู่ว่าจะมีทางหนีทางอื่นหรือไม่ ทุกคนในที่นั้นเงียบลงทันที
วิ้ว วิ้ว

เสียงลมพัดโคโกโร่พูดขึ้น
แต่ในนี้ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีทางไหนที่ลมจะพัดได้เลย นอกจาก…” เฮย์จิพูด
ห้องใต้ดินโคนัน โคโกโร่ เฮย์จิพูดพร้อมกันอีกครั้ง
โคนันเดินไปเรื่อย ๆ ก็เห็นผนังที่นึงนูนขึ้นมาเขาจึงเอามือกดลงไป ทันใดนั้นผนังตรงนั้นก็ยุบตัวลงไปช้า ๆ ทันใดนั้นที่พื้นซึ่งเป็นปูนก็กำลังส่งเสียงดังเหมือนจะแยกจากกัน
ครืน ครืน

ทันใดนั้นพื้นที่บริเวณกลางโรงงานก็แปลสภาพเปลี่ยนจากพื้นปูนกลายเป็นพื้นไม้ บนไม้มีปุ่มตัวอักษรอยู่เต็มไปหมด
คงต้องใช้รหัสโคโกโร่กล่าวขึ้น
รหัสอะไรล่ะเฮย์จิพูดขึ้น
อาจจะเป็นชื่อขององค์กร ไฮบาระ องค์กรเธอชื่ออะไรโคโกโร่ถาม
ฉันไม่เคยรู้หรอกว่าองค์กรชื่ออะไรไฮบาระตอบ เป็นคำตอบที่ทำเอาสามนักสืบแทบอยากจะร้องไห้
บางทีอาจจะเป็นคำว่า dead devil ก็ได้นะโคนันพูดขึ้น เฮย์จิลองกดดู พื้นเริ่มสั่นอีกครั้งแล้วก็แยกออกเป็นสองทางมีบันไดให้ลงไปข้างล่าง
เฮ้ นายรู้ได้ไงน่ะคุโด้เฮย์จิถาม
แล้วฉันจะเล่าให้ฟังทีหลัง

หยุดทำไมล่ะยีน เดี๋ยวพวกมันก็ตามมาทันพอดีคริสถาม
ไม่หรอก พวกมันไม่รู้หรอกยีนว่า
แต่เชอร์รี่อาจจะพาพวกนั้นมาว็อดก้าพูดบ้าง

ไม่มีใครรู้เรื่องห้องใต้ดินนี่ นายไม่เคยบอกใครนอกจากฉัน และถึงจะรู้ว่ามีห้องนี่แต่ก็ไม่มีทางรู้รหัสหรอกยีนพูด
นายสร้างห้องนี่ตั้งแต่เมื่อไหร่กันคริสถาม
นายไม่ได้สร้างเองหรอก นายจ้างนายนานาตะมาสร้าง เมื่อปีที่แล้วแต่เพิ่งจะเสร็จเมื่อไม่กี่เดือนนี้เองยีนอธิบาย
มิน่า นายไม่ให้มานี่เลย ตั้งแต่ปีก่อนว็อดก้าพูดขึ้น
หยุดนะ พวกนายหนีไปไหนไม่รอดแล้วล่ะเสียงของเฮย์จิดังขึ้นพวกเขาไล่มาทันแล้ว
แย่แล้วยีน เราจะทำยังไงต่อล่ะคริสถาม
เธอกับว็อดก้า แล้วก็คนอื่น ๆ ต้องโดนจับน่ะสิยีนตอบ
อะไรนะคริสถาม

เห็นมั้ยล่ะค่ะ สารวัตรที่นี่มีคนอยู่จริง ๆ ด้วย…” ซาโต้พูดขึ้นแต่ก็ต้องชะงักไปเพราะเมงูเระไม่ได้อยู่ตรงนั้น
เอ๋ สารวัตรหายไปไหนนะ คุณรันเห็นบ้างไหมค่ะซาโต้ถาม
ไม่เห็นเลยล่ะค่ะ โคนัน ก็หายไปเหมือนกันค่ะรันตอบ
คุณซาโต้ครับ เดี๋ยวผมจะพาผู้ต้องหากลับสน.ก่อนนะครับทาคางิมารายงาน ผู้ต้องหาของเขาก็คือ คริส ยีน ว็อดก้า และสมาชิกขององค์กรอีกหลายคน

จะหนีไปไหนเหรอครับคุณ dead devil หรือจะให้ผมเรียกว่าสารวัตรเมงูเระเหมือนเดิมล่ะฮะโคนันเอ่ยขึ้น ทำให้คนข้างหน้าหยุดกึก
เธอพูดอะไรน่ะโคนัน ฉันแค่จะมาเดินสำรวจรอบ ๆ ซะหน่อยก็เท่านั้นเมงูเระแก้ตัว
หยุดเถอะครับ สารวัตรผมจำเสียงคุณได้นะครับโคนันพูดต่อ
ถ้าเธอจะพูดอย่างงั้นล่ะก็ ฉันก็คงต้องขอถามเธอซะหน่อยล่ะว่า เธอมีหลักฐานอะไรหรือเปล่าเมงูเระพูด



"แม้แต่กระจกที่สะท้อนทีอย่างตรงไปตรงมา แต่ก็ไม่อาจสะท้อนตัวตนที่แท้จริงได้"
ตอนจบ : คดีสุดท้ายของโคนัน
ผมไม่มีหลักฐานหรอกครับ แต่ถ้าให้พวกนั้นชี้ตัวล่ะก็ ยังไงสารวัตรก็คงหนีไม่รอด มอบตัวเถอะนะครับโคนันพูดต่อ
ไม่ได้หรอกนะเมงูเระพูดด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าพร้อมกับหยิบปืนขึ้นมา
ชินอิจิคุง ฉันไม่อยากทำอย่างงี้เลย ไม่อยากให้เธอต้องตายด้วยน้ำมือของฉันเลยเมงูเระพูดต่อ
ถ้าจะกรุณาผมล่ะก็ ช่วยบอกหน่อยเถอะครับว่าทำไมคุณถึงต้องทำแบบนี้ คุณสร้างองค์กรนี่ทำไมกันโคนันถาม
เพราะว่าฉันอยากได้เธอคืนมาน่ะสิ เธอคนนั้น คนที่ฉันเฝ้ารอมาแสนนานเมงูเระพูด
ใครกันครับโคนันถามต่อ
ลูกสาวของฉัน เมื่อหลายปีก่อน...ก่อนที่เธอจะเกิดซะอีก ตอนนั้นมิโดริ (ภรรยาสารวัตรค่ะ) เธอคลอดลูกสาวคนแรกของฉันแต่...แต่หลังจากคลอดได้ไม่กี่วันลูกสาวฉันก็ตาย ฉันเสียใจมาก ฉันอยากจะชุบชีวิตลูกสาวฉันขึ้นมา ฉันก็เลยแอบสร้างองค์กรนี้ขึ้นมาเงียบ ๆเมงูเระอธิบาย
แล้วทำไมถึงต้องฆ่าคนมากมายด้วยล่ะครับโคนันถามต่อ
เอามาทดลองยาน่ะสิ คนพวกนั้นอยู่ไปก็ไร้ประโยชน์ เอามาลองยาซะยังจะดีกว่าเมงูเระอธิบาย คำอธิบายนั้นทำเอาโคนันถึงกับเสียวสันหลัง
เอาละ ถึงเวลาของเธอแล้วชินอิจิคุงเมงูเระพูดขึ้น
โคนันหลับตาสนิท เขาไม่เคยคิดเลยว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นคนที่เขาไว้ใจมากคนนึง ไม่เคยคิดเลยว่าเพื่อนของพ่อจะมาฆ่าเขา
ปัง

เสียงปืนดังขึ้นแล้ว แต่โคนันรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองไม่เป็นอะไรเลย เมื่อเขาลืมตาขึ้นภาพตรงหน้าก็ทำให้เขาถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา
หมออาราอิเดะกับเฮย์จิแล้วก็โคโกโร่กำลังจับตัวสารวัตรอยู่ ตรงหน้าเขามีร่าง ๆ หนึ่งนอนจมกองเลือด เธอถูกยิง
ไฮบาระโคนันตะโกน
ทำไมเธอทำอย่างงี้ล่ะพูดพลางก็คุกเข่าลงข้าง ๆ ร่างของเด็กสาวที่มีลมหายใจอ่อนระรวย ช้อนศีรษะเธอมาไว้บนตัก
ฉันอยากจะไถ่บาปทั้งหมดที่ฉันทำไปน่ะสิ แล้วอีกอย่างเหตุผลที่สำคัญที่สุดก็คือฉันรักนายคำตอบนั้นแผ่วเบาแต่จับจิตจับใจคนฟังเหลือเกิน
เธออย่าเพิ่งพูด….” โคนันพูดยังไม่ทันจบ ไฮบาระก็ยกมือขึ้นปิดปากเขา มืออีกข้างของเธอล้วงอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋า
นี่คือยา CX 800 T มันจะทำให้นายกลับไปเป็นคุโด้ ชินอิจิเหมือนเดิมไฮบาระพูดเสียงแผ่วเบากว่าเดิม
ทำไมเธอไม่กินล่ะโคนันถาม
มันมีอยู่เม็ดเดียว แล้วฉันก็กำลังจะตาย นายเอาไปเถอะโคนันรับยามาจากไฮบาระ ทันใดนั้นร่างกายของเด็กสาวก็หยุดการทำงาน เธอตายซะแล้ว
ไฮบาระโคนันตะโกนออกมาอีกครั้ง

ณ สำนักงานนักสืบโมริ
ทำไมเธอไม่พูดกับคุโด้คุงล่ะ รัน ตอนนี้เขาก็กลับมาเป็นคนเดิมแล้วนี่นาคาซึฮะถาม แต่ไม่มีคำตอบจากปากรัน
อ้าว เฮย์จิ คุโด้ มากันแล้วเหรอคาซึฮะยังพูดต่อ
เล่าให้ฟังบ้างซิ ผลการสอบปากคำน่ะคาซึฮะยังถามต่ออย่างสงสัย ชินอิจิเหลือบตาไปดูหน้ารันแวบนึง ตั้งแต่กลับมาจากโรงงานจนถึงวันนี้ก็สิบวันแล้ว แต่รันยังไม่พูดกับเขาเลย
ก็ไม่มีอะไรนี่ พวกนั้นก็รับสารภาพ สารวัตรก็โดนจับ ส่วนยีนก็…” เฮย์จิพูดไม่ทันจบชินอิจิก็สวนขึ้นว่า
พวกนายเล่ามาก่อนเถอะว่าตามฉันไปที่โรงงานได้ยังไงชินอิจิถามบ้าง
อ๋อ เรื่องนั้นน่ะเหรอ…” คาซึฮะพูดแล้วหันไปมองหน้ารัน
ผมเล่าเองก็แล้วกันครับหมออาราอิเดะพูด เขาเดินเข้ามาพร้อมกับใครคนนึงที่ทำเอาคาซึฮะกับรันตะลึง
ยีนรันกับคาซึฮะพูดพร้อมกัน
ไม่ใช่หรอกครับ ชื่อจริง ๆ ของเขาคือ อากาอิ ชูอิจิ เค้าเป็นเหมือนกับผมหมออาราอิเดะอธิบายแล้วก็เล่าว่า
คือความจริงแล้วผมเป็น FBI น่ะครับ เขาก็ด้วยพูดแล้วก็ชี้ไปที่ยีนเค้าปลอมตัวเข้าไปสืบเรื่ององค์กรน่ะครับ เพราะทาง FBI สืบได้ว่าที่ญี่ปุ่นมีองค์กรลึกลับที่จัดตั้งขึ้นเพื่อฆ่าและชุบชีวิตคนน่ะครับพูดจบแล้วก็หันมาทางชินอิจิ
สำหรับเรื่องที่ตามไปที่โรงงาน คือ ตอนนั้นผมอยู่ที่ร้านกาแฟนั้นพอดี เห็นคุณโดนอาจารย์โจดี้ เอ๊ย คริส เขาสะกดรอยตามคุณอยู่ กำลังจะตามไปก็พอดีเจอกับพวกคุณโมริ พอบอกทางพวกเค้าเสร็จผมก็รีบมาหาคุณรันทันที….อย่างที่บอกแหละครับ ชูอิจิปลอมตัวเป็นยีนแฝงตัวอยู่ในองค์กร พอเขารู้ว่าตัวจริงของโคนันคือใครผมก็เลยได้รู้ด้วยว่าโคนันก็คือคุโด้ ชินอิจิผมก็เลยคิดว่าน่าจะมาบอกรัน แต่นึกไม่ถึงว่าเธอจะรู้อยู่แล้วอาราอิเดะเล่าถึงตรงนี้รันก็ลุกขึ้นเดินออกไป แต่ชินอิจิยังไม่สนใจเขาขอให้หมออาราอิเดะเล่าต่อ
จากนั้นรันก็โทรไปหาคุณคาซึฮะ จากนั้นคุณคาซึฮะกับเฮจิย์ก็มา เราจึงตัดสินใจโทรหาหมวดซาโต้กับหมวดทาคางิ จากนั้นผมก็ทำทางทุกคนไปที่โรงงานตามทางที่ชูอิจิเคยบอกเอาไว้อาราอิเดะเล่าต่อ
เดี๋ยวนะครับ ถ้าอย่างงั้นก็แสดงว่าคุณรู้แล้วน่ะซิว่าสารวัตรเป็นหัวหน้าแก๊งค์ ไม่งั้นคุณคงโทรไปหาเขาชินอิจิถาม
ไม่รู้หรอกครับ เราแค่สงสัยเท่านั้นล่ะครับ
เพราะผมไม่ดีเอง ผมไม่แน่ใจว่าเขาเป็นสารวัตรหรือว่ารองสารวัตรยีนหรือชูอิจิที่นิ่งอยู่นานเอ่ยขึ้น
แล้วไฮบาระ รู้รึเปล่าว่าใครเป็นหัวหน้าแก๊งค์เฮย์จิถามต่อ
ไม่รู้หรอก เธอทำงานอยู่แต่ในห้องแลปพอพูดถึงไฮบาระ ชินอิจิสังเกตเห็นว่าชูอิจิมีน้ำตาเอ่อขึ้นมานิด ๆ เขาคิดว่าชูอิจิคงจะชอบไฮบาระ เลยเปลี่ยนเรื่องพูด
นายนานาตะคือใครกันแน่ชินอิจิถาม
มันเป็นโจรปล้นธนาคารเมื่อหลายปีก่อนชื่อจริง ๆ ของมันก็คือ คาโน ไซโซ คนที่ใคร ๆ ก็คิดว่าตายไปแล้ว มันมีความสามารถเรื่องกลไกมาก นายเมงูเระเลยจ้างมาสร้างห้องใต้ดินชูอิจิอธิบาย
แล้วเรื่องคนทรยศขององค์กรล่ะครับชินอิจิถามเรื่องที่เขาได้ยินที่โรงงาน
ฉันปล่อยข่าวนี้ออกไปเองแหละ ที่จริงไม่มีคนทรยศหรอก ฉันแค่อยากให้พวกมันระแวงกันเองชูอิจิอธิบายอีก
แล้วทำถึงลงไปอยู่ห้องใต้ดินกันล่ะเฮย์จิถามบ้าง
เพราะฉันคิดว่าเชอร์รี่คงจะทรยศองค์กรเข้าแล้วจริง ๆ และคิดว่าเธออาจจะพาตำรวจมาที่นี่ ฉันเลยคิดว่าถ้าอยู่ข้างบนล่ะก็อาจมีใครในองค์กรหนีออกไปได้ ฉันเลยหลอกต้อนทุกคนลงไปในห้องใต้ดินชูอิจิเล่าอีกแล้วย้อนถามว่า
คุณรู้รหัสผ่านห้องใต้ดินได้ยังไง
พ่อผมเคยบอกว่าเมื่อก่อนสารวัตรชอบพูดคำนี้บ่อย ๆ น่ะครับชินอิจิอธิบาย

เมื่อหมดเรื่องที่สงสัยแล้วชินอิจิก็ขอตัวมาง้อรัน

รัน ที่แท้เธอก็รู้อยู่แล้วว่าฉันคือ…” ชินอิจิพูด
ฉันไม่โง่นี่….แต่ที่ฉันไม่พูดก็เพราะว่าฉันฉันรออยู่รอให้นายบอกความจริงทั้งหมดจากปากนายแต่….แต่นายก็ไม่เคยพูดเลยไม่เคยเลยรันพูดพลางเอามือป้ายน้ำตาที่กำลังไหลอยู่
รันเธอรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ชินอิจิถาม
มันไม่สำคัญหรอก มันสำคัญตรงที่ทำไมนายไม่ยอมบอกฉันตะหากล่ะพูดพลางน้ำตาก็ไหลออกมาอีกคราวนี้เธอไม่สนใจจะเช็ดมันแล้ว
ก็เพราะว่าฉันกลัวนะสิ กลัวว่าเธอกับใครต่อใครจะตกอยู่ในอันตรายฉันไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังเธอเลยนะรันฉันฉันฉันรักเธอนะรันในที่สุดชินอิจิก็พูดคำว่ารักออกมาจนได้ ทำเอารันถึงกับหน้าแดง
จริงเหรอคนหน้าแดงถามขึ้น
จริงซิแล้วเธอล่ะ รักฉันบ้างรึเปล่าชินอิจิถามบ้าง
อือรันตอบแค่นี้แต่ก็ทำเอาชินอิจิหน้าแดงไปเลยเหมือนกัน

รันพ่อมีข่าวดีมาบอกโคโกโร่พูดขึ้นในเย็นวันหนึ่ง
อะไรค่ะพ่อรันถาม
พ่อกับแม่ดีกันแล้วนะโคโกโร่บอก หน้าของเขาเป็นสีแดงหน่อย ๆ
จริงเหรอค่ะรันถาม โคโกโร่พยักหน้าช้า ๆ ทันใดนั้นเอริแม่ของรันก็หอบกระเป๋าใบใหญ่เข้ามาในบ้าน

เร็ว ๆ เข้าซิยัยคาซึฮะเฮย์จิเร่ง
จะรีบอะไรนักหนานะคาซึฮะว่าพลางถลึงตาใส่เฮย์จิ
เฮ้ เฮย์จิทำไมช้าจังชินอิจิถามเขาเดินเข้ามาพร้อมกับรัน
ก็ยัยคาซึฮะน่ะสิ มัวแต่เลือกดอกไม้อยู่นั่นล่ะ
อ้าว ก็วันนี้เป็นวันแต่งงานของหมวดซาโต้กับหมวดทาคางินิ ฉันก็ต้องเลือกดอกไม้สวย ๆ หน่อยล่ะ แต่ว่าวันนี้มีแขกมาเยอะจังเลยนะคาซึฮะพูดพลางกวาดตามองไปรอบ ๆ ด้าน
ก็หมวดซาโต้น่ะ เขารู้จักคนเยอะเสียงอธิบายเป็นของโซโนโกะที่เดินเข้ามาพร้อมกับเคียวโกขุ
ขนาดพ่อกับแม่หมอนี่ยังมาเลยรันพูดแล้วชี้ไปที่ชินอิจิ
สองคนนั่นน่ะ เขาจะกลับมาอยู่ที่ญี่ปุ่นแล้วล่ะชินอิจิบอก
จริงเหรอ ดีจังนะรันว่า
เอาล่ะ ฉันว่าเราไปอวยพรสองหมวดกันดีกว่านะคาซึฮะพูด แล้วทั้งหกคนก็เดินเข้าไปอวยพรหมวดซาโต้กับหมวดทาคางิ
_________________
สรุป

โคนันคืนร่างเดิม  
เมงุเระเป็นหัวหน้าชายชุดดำเพื่อต้องการช่วยลูก
ไฮบาระตาย  

ดราก้อนบอล

เรื่องย่อ
การตามหาดราก้อนบอล
ซุนโกคู ในวัยเด็ก ก็ได้รู้เกี่ยวกับ ดราก้อนบอล จาก บลูม่า ซึ่งกำลังตามหาอยู่ แถมโกคูเองก็มี ดราก้อนบอล4ดาว ซึ่งเป็นของต่างหน้าคุณปู่ ซุนโกฮัง อีกด้วย ก็เลยตัดสินใจไปตามหาดราก้อนบอลด้วยกัน ต่อมาก็ได้ อูลอน มาเป็นพวกช่วยหาด้วย แต่ในระหว่างนั้น ก็มี ยามุชา และ ปูอัล กับ ปิลาฟและพรรคพวก คอยตามหาดราก้อนบอลด้วย หลังจากที่ฝ่ายโกคูรวบรวมดราก้อนบอลจนเกือบครบ ก็ถูกเล่ห์กลของปิลาฟหลอกให้ติดกับอยู่ที่ปราสาทพร้อมกับพวกของยามุชา ปิลาฟก็เลยได้ดราก้อนบอลเพิ่ม(รวมดราก้อนบอล1ดาวของตัวเอง)มาครบ7ลูก และจะเรียกเทพเจ้ามังกรเพื่อขอให้ตนเองเป็นเจ้าโลก แต่กลับถูกอูลอนขัดขวางด้วยการขอกางเกงในตัดหน้า ปิลาฟ โกรธจัด จึงพาพรรคพวกของโกคูอยู่ในคุกที่ยากที่จะออกมาได้ แต่ โกคู ก็กลายร่างเป็นลิงยักษ์ เมื่อมองเห็นพระจันทร์เต็มดวง ก็เลยทำลายปราสาทของปิลาฟจนพินาศ แต่ยามุชาก็ออกอุบายให้ปูอัลแปลงเป็นกรรไกร ตัดหางของลิงยักษ์ออกจากกัน โกคูก็เลยกลับร่างเดิม จากนั้น โกคูก็มุ่งหน้าต่อไปยัง บ้านเต่า เพื่อฝึกวิชากับ ผู้เฒ่าเต่า และ ได้ คุริลิน เป็นเพื่อน รวมถึง รันจี้ สาว2บุคลิกมาอยู่ที่บ้านเต่าด้วย

กองทัพเร้ด ริบบ้อน
หลังจากจบศึกชิงเจ้ายุทธภพ โกคูอยากจะฝึกฝนตัวเอง เลยตัดสินใจออกตามหาดราก้อนบอลอีกครั้ง แต่คราวนี้โกคูจะต้องต่อกรกับ กองทัพเร้ด ริบบ้อน ซึ่งมีเป้าหมายอยู่ที่ดราก้อนบอลเหมือนกัน โกคูก็เลยต่อสู้กับสมาชิกเหล่ากองทัพเร้ด ริบบ้อน กันตั้งแต่ มัสเซิ่ล ทาวเวอร์ ฐานทัพใต้ทองทะเล แวะมาที่หมู่บ้านเพนกวิน จนถึงหอคอยคาริน ซึ่งที่นั่นเอง ที่ทำให้เป้าหมายการเก็บดราก้อนบอลของโกคูเปลี่ยนไปเป็น การชุบชีวิตโบร่า พ่อของอูป้า ซึ่งถูก เถาไปไป ฆ่าตาย หลังจากที่โกคูฝึกวิชาที่หอคอยคารินกับท่านคาริน(เซียนแมว) และปราบเถาไปไปลงได้ โกคูก็มุ่งหน้าต่อไปยังฐานทัพใหญ่ของเร้ด ริบบ้อน และทำลายจนไม่เหลือซาก ต่อมาโกคู ก็มุ่งหน้าไปยังบ้านของแม่เฒ่าหมอดู พี่สาวของผู้เฒ่าเต่า เพื่อให้บอกที่ซ่อนของดราก้อนบอลอีก1ลูก แต่โกคูจะต้องสู้กับเหล่านักสู้ที่แม่เฒ่าหมอดูจัดให้(แม้กระทั่งคุณปู่ของโกคูที่ตายไปแล้ว) โกคูก็สามารถเอาชนะได้ และรู้ที่ซ่อนของดราก้อนบอลลูกสุดท้ายว่า อยู่กับปิลาฟ และโกคูก็สามารถแย่งชิงมาได้ ก็เลยให้อูป้าขอพรกับเทพเจ้ามังกร และพ่อของอูป้าก็ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง ส่วนโกคูนั้นก็กลับไปฝึกฝนตามลำพัง สำหรับ ศึกชิงเจ้ายุทธภพครั้งต่อไป

ศึกกับจอมมารพิคโกโร่
หลังจากจบศึกเจ้ายุทธภพ ก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อ คุริริน รวมถึง นักสู้คนอื่นๆในศึกชิงเจ้ายุทธภพนั้นถูกฆ่าตาย โดย ทัมโบริน ลูกน้องของจอมมารพิคโกโร่ ที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง โกคู โกรธแค้นมากที่ คุริริน เพื่อนสนิทของตนถูกฆ่าตายแบบนี้ ก็เลยไปตามหาคนบงการเรื่องนี้ แต่ก็ถูกทัมโบรินอัดกลับมา จนได้รับบาดเจ็บ แต่ก็ได้ยาจิโรเบ้มาช่วยเอาไว้ และ ทั้ง2ก็ช่วยกันปราบชินบัล และ ทัมโบรินลงได้ ในขณะที่ ผู้เฒ่าเต่าก็รวบรวมดราก้อนบอลจนครบ แต่ก็ถูกจอมมารพิคโกโร่หาเจอเข้า ผู้เฒ่าเต่าก็เลยใช้วิชาคลื่นสะกดมารเหมือนกับที่อาจารย์ของผู้เฒ่าเต่า(มุไคโตะ)ใช้มาครั้งหนึ่ง แต่ไม่ได้ผล ผู้เฒ่าเต่าหมดแรงจึงขาดใจตาย พิคโกโร่ก็เลยขอพรกับเทพเจ้ามังกรให้กลับไปเป็นหนุ่มอีกครั้ง และสังหารเทพเจ้ามังกรนั้น พิคโกโร่ก็เลยมุ่งหน้าไปหาราชาโลก เพื่อบังคับให้สละราชบัลลังค์ เพื่อเป็นราชาโลกคนต่อไป ส่วนฝ่ายโกคูนั้นก็ได้ดื่มน้ำเทพฤทธิ์ที่มีมีฤทธิ์แรงของท่านคารินเพื่อเรียกพลังแฝงทั้งหมดออกมา เพื่อปราบจอมมารพิคโกโร่ หลังจากที่เคยพ่ายแพ้มาก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกัน เทนชินฮังก็มุ่งหน้าไปจัดการกับพิคโกโร่ เพราะแค้นที่พิคโกโร่นั้น ฆ่าทั้ง ผู้เฒ่าเต่า และ เจาซือ(เกี๊ยวซ่า)ศิษย์น้องของตนเองลง แต่พิคโกโร่ก็ส่งดรัม สมุนของตัวเองออกมา แต่เทนชิงฮังทำอะไรไม่ได้เลย แต่ก็ได้โกคูมาช่วยไว้ จึงจัดการปราบทั้งดรัม และ จอมปีศาจพิคโกโร่ลงได้ แต่ก่อนตาย พิคโกโร่ ก็ได้คาย มาร์จูเนียร์ ออกมาเพื่อหวังจะให้ครองโลกแทน โลกก็กลับมาสงบอีกครั้ง เทพเจ้ามังกรก็จัดการชุบชีวิตคนที่ถูกพวกของพิคโกโร่ฆ่าตาย และ โกคู มุ่งหน้าต่อไปยังปราสาทของพระเจ้า ซึ่งเป็นอีกร่างจิตใจดีของพิคโกโร่ เพื่อฝึกฝน สำหรับ ศึกชิงเจ้ายุทธภพครั้งต่อไป
ดราก้อนบอล Z
การต่อสู้ระหว่างชาวโลกกับชาวไซย่า
ศึกนี้ก็เริ่มขึ้น หลังจากที่โกคูโตเป็นหนุ่มอยู่กินกับจีจี้ ลูกสาวของปีศาจวัวซึ่งเป็นศิษย์ของผู้เฒ่าเต่าอีกคน มีลูกชาย1คนชื่อซุน โกฮัง ขณะที่โกคู พาโกฮังไปยังบ้านผู้เฒ่าเต่า ราดิช ซึ่งเป็นนักรบจากดาวไซย่าคนหนึ่งมา และเปิดเผยว่า ตนเป็นพี่ชายของโกคู และ เปิดเผยตัวตนของโกคูว่า โกคูเป็นชาวไซย่าเหมือนกัน และ มีชื่อจริงๆว่า คาคาล็อต แต่โกคูไม่เชื่อ ราดิชจึงตัดสินใจลักพาตัวโกฮังไปพร้อมขู่ว่า โกคูจะต้องยอมไปเป็นพวกของเขา ถ้าอยากให้โลกนี้สงบสุขต่อไป แต่โกคูก็ได้ มาร์จูเนียร์ หรือ พิคโกโร่ มาร่วมสู้กับราดิจด้วย และศึกนี้ก็จบลงด้วย การตายของราดิจ การสละชีวิตของโกคูเพื่อช่วยเหลือโลกเอาไว้ ด้วยลำแสงมารของพิคโกโร่ แต่ก่อนตายราดิจก็บอกอีกว่าจะมีนักรบชาวไซย่าอีก2คนมายังโลก ซึ่งก็คือ เบจิต้า(เจ้าชายดาวเบจิต้า) และ นัปป้า ทำให้นักสู้ชาวโลกทั้งหมดซึ่งประกอบไปด้วย คุริริน ยามุชา เทนชินฮัง เจาซือ พิคโกโร่ รวมถึง โกฮังที่ถูกพิคโกโร่ฝึกซ้อมมาดี มาประจัญหน้ากับ เบจิต้า และ นัปป้า แต่ชาวไซย่าทั้ง2นั้นมีพลังสูงมาก จึงทำให้นักสู้ชาวโลกต้องล้มตายไปทีละคน โดยเริ่มจาก ยามุชา เจาซือ เทนชิงฮัง และ พิคโกโร่ ที่สละชีวิตเพื่อช่วยเหลือโกฮัง (แถมมีผลทำให้พระเจ้าตายไปอีกตะหาก)


ผจญภัยยังดาวนาเม็ก
หลังจากจบศึกกับเบจิต้า ทั้ง บลูม่า คุริริน และ โกฮัง ก็มุ่งหน้าไปยังดาวนาเม็ก ดาวบ้านเกิดของพระเจ้าและพิคโกโร่ เพื่อตามหาดราก้อนบอลที่ดาวดวงนั้น เพื่อที่จะชุบชีวิตคนที่ถูกพวกของเบจิต้าฆ่าตาย ส่วนฝ่ายเบจิต้าก็ออกเดินทางไปยังดาวนาเม็ก เพื่อตามหาดราก้อนบอลอีกเช่นกัน ขณะที่ทั้ง2ฝ่ายกำลังตามหาดราก้อนบอลอยู่นั้น ก็มีอีกฝ่ายที่ตามหาดราก้อนบอลด้วยเหมือนกัน นั่นก็คือ ฟรีเซอร์และสมุน แถมกลุ่มของฟรีเซอร์ก็เข้ามาทำร้ายชาวดาวนาเม็กจนตาย แต่โกฮังและคุริรินก็ได้ช่วยเหลือ เด็นเด้ เด็กชาวดาวนาเม็กให้รอดพ้นจากความตายได้ เด็นเด้จึงตอบแทนบุญคุณด้วยการพาทั้ง2คนนั้นไปหา ผู้เฒ่าสูงสุดของดาวนาเม็ก ผู้สร้างดราก้อนบอล ขณะที่ฝ่ายของเบจิต้าก็ออกตามหาดราก้อนบอลไป พลางปราบลูกสมุนของฟรีเซอร์ด้วย และก็สามารถแย่งดราก้อนบอลจากฝ่ายของโกฮังได้ด้วย ฟรีเซอร์เห็นว่าลูกสมุนตัวเองตายหมด ก็เลยเรียกหน่วยรบพิเศษกีนิวมา เพื่อแย่งชิงดราก้อนบอลทั้งหมดคืนมา ทำให้เบจิต้านั้นต้องร่วมมือกับโกฮังและคุริริน ในการต่อสู้กับนักรบหน่วยกีนิว แต่ก็ถูกฝ่ายกีนิวอัดจนยับเยิน แต่โกคูก็มาถึงพอดี และช่วยกันปราบพวกกีนิวจนพ่ายแพ้ไป แต่โกคูก็ได้รับบาดเจ็บจากผลพวงการสลับร่างของกีนิว เบจิต้าก็เลยพาไปรักษาตัว ส่วนคุริรินกับโกฮัง แอบหนีไป เพื่อให้เด็นเด้เรียกเทพเจ้ามังกรโปลุนก้ามาเพื่อขอพรทั้ง3ข้อ

การต่อสู้กับฟรีเซอร์
พร2ข้อแรกนั้น คุริริน และ โกฮัง ก็ขอไปว่าให้พิคโกโร่ ฟื้น และมายังดาวดวงนี้เลย เบจิต้าก็มาพอดี และทำท่าว่าจะขอพรข้อสุดท้าย แต่ ผู้เฒ่าสูงสุดของดาวนาเม็กนั้นตายซะก่อน โปลุนก้าเลยหายไป ต่อมาฟรีเซอร์ก็มาพอดี ก็เลยเกิดการต่อสู้กัน ฟรีเซอร์จึงแปลงร่างแบบแรกเข้าต่อสู้ และทำให้คุริรินได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนพิคโกโร่ที่มาถึงดาวดวงนี้ก็ได้พบกับเนล ซึ่งบาดเจ็บสาหัสจากการถูกพวกฟรีเซอร์ทำร้าย และก็รวมร่างกันเป็น1เดียว พิคโกโร่จึงมุ่งหน้าไปหาฟรีเซอร์ และได้ต่อสู้กับฟรีเซอร์ จนฟรีเซอร์ต้องตัดสินใจเปลี่ยนเป็นร่างที่2 และจัดการพิคโกโร่ซะอยู่หมัด แต่ก็ยังไม่พอ ฟรีเซอร์ตัดสินใจเปลี่ยนเป็นร่างสุดท้าย และสังหารเด็นเด้ ทั้งพิคโกโร่ เบจิต้า โกฮัง และ คุริริน จึงช่วยกันต่อสู้กับฟรีเซอร์ แต่ก็ทำอะไรฟรีเซอร์ไม่ได้ แถมเบจิต้าก็ถูกฟรีเซอร์อัดยับมากที่สุด(เพราะ หมดความมั่นใจที่ตัวเองไม่สามารถเป็นซูเปอร์ไซย่าได้) แต่โกคูที่หายจากการบาดเจ็บนั้นมาพอดี ฟรีเซอร์จึงสังหารเบจิต้า ก่อนตาย เบจิต้าก็บอกความจริงแก่โกคูว่า จริงๆแล้ว ฟรีเซอร์เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ดาวบ้านเกิดของเขาทั้งคู่ต้องสูญสลาย โกคูจึงนำความแค้นนั้นไประเบิดกับการต่อสู้กับฟรีเซอร์ ถึงโกคูจะสามารถใช้หมัดไคโอถึง10เท่าแล้วก็ตามแต่ก็จัดการ ฟรีเซอร์ไม่ได้ ก็เลยต้องใช้ลูกแก้วพลังในการจัดการกับฟรีเซอร์จนสำเร็จ ดูเหมือนว่าโกคูจะชนะแล้ว แต่ฟรีเซอร์ก็ปรากฏตัวขึ้นมา จัดการกับพิคโกโร่ และ สังหารคุริริน โกคูโกรธมาก จึงระเบิดพลังออกมาจนกลายเป็นซูเปอร์ไซย่า และสู้กับฟรีเซอร์ตัวต่อตัว ในขณะเดียวกัน ที่โลก ก็มีการรวบรวมดราก้อนบอล และขอพรให้คนที่ถูกฟรีเซอร์ฆ่าทั้งหมด ฟื้นคืนชีพ และมีผลทำให้โปลุนก้าฟื้นคืนชีพ และ ท่านไคโอก็บอกให้ผู้เฒ่าสูงสุดของดาวนาเม็กให้ขอไปว่า ให้ย้ายคนที่อยู่ดาวนาเม็กที่ทำท่าว่าจะระเบิดทั้งหมดมาอยู่ที่โลกยกเว้นฟรีเซอร์ แต่โกคูกลับจะสู้กับฟรีเซอร์ที่ดาวดวงนี้ เด็นเด้ก็เลยยอมเปลี่ยนตามที่โกคูร้องขอ การต่อสู้ของทั้ง2ก็ยังดำเนินต่อไป จนในที่สุดโกคูก็เอาชนะได้ แต่ทว่าดาวนั้นกลับระเบิดก่อนที่โกคูจะหนีออกมาได้

ทรังส์เด็กหนุ่มจากอนาคต
ที่โลก ก็มีการขอพรจากเทพเจ้ามังกรอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นการขอจากโปลุนก้า โดยขอพรให้ คุริรินฟื้นคืนชีพ+ย้ายวิญญาณมายังโลก และจะขอให้โกคูฟื้นคืนชีพ แต่เทพเจ้ามังกรบอกว่า โกคูยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งสร้างความยินดีปรีดากันเป็นอย่างมาก ก็เลยเปลี่ยนไปขอให้ยามุชาฟื้นแทน อีก1ปีต่อมา ทุกคนก็ได้มายังจุดที่โกคูนั้นจะมาถึง แต่กลับกลายเป็นว่า ฟรีเซอร์ซึ่งอยู่ในสภาพไซบอร์ก กับ ราชาโคลด์ พ่อของฟรีเซอร์มายังโลกแทน แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีชายหนุ่มปริศนาปรากฏตัวออกมา และปราบทั้งฟรีเซอร์และราชาโคลด์ลงได้อย่างง่ายดาย และ ชายหนุ่มคนนั้นก็ปรากฏตัวและบอกว่า โกคูจะมาถึงที่นี่ภายในไม่กี่ชั่วโมง พอโกคูมาถึง ชายหนุ่มคนนั้นก็เผยตัวว่า ตนเองชื่อทรังส์ มาจากอนาคต เป็นลูกของเบจิต้า กับ บลูม่า และเป็นซูเปอร์ไซย่าอีกด้วย แถมทรังส์ยังบอกอีกว่า อีก3ปีข้างหน้าจะมีมนุษย์ดัดแปลงมาป่วนโลก และ โกคูก็เป็นโรคหัวใจตายให้ระวังตัวไว้พร้อมกับให้ยารักษาโรคหัวใจ แล้วทรังส์ก็จากไป โกคูก็เล่าเรื่องนี้ให้กับทุกคน ยกเว้นเรื่องส่วนตัวของทรังส์ ทำให้ทุกคนฝึกฝนตัวเองเพื่อเตรียมรับมือกับมนุษย์ดัดแปลง

เผชิญหน้ากับมนุษย์ดัดแปลงของดร.เกโร่
3 ปีต่อมา ทุกคนก็กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ต่อมายาจิโรเบ้ และ ยามุชา ก็ถูกลอบทำร้ายโดย มนุษย์ดัดแปลงหมายเลข 19 และ 20 ยามุชาก็ถูกพวกนี้ทำร้ายเช่นกัน โกคูก็เลยเปิดศึกกับ มนุษย์ดัดแปลงหมายเลข 19 และ 20 โดยโกคูก็ต่อสู้กับ มนุษย์ดัดแปลงหมายเลข 19 แต่โรคหัวใจก็เล่นงานโกคูจนได้ จนโกคูไม่สามารถต่อสู้ได้ และ เบจิต้าที่ฝึกฝนตัวเองอย่างหนักจนสามารถเป็นซูเปอร์ไซย่าได้ ก็เข้ามาจัดการกับ มนุษย์ดัดแปลงหมายเลข 19 ลงสำเร็จ มนุษย์ดัดแปลงหมายเลข 20 หรือ ดร.เกโร่ จึงหนีไปยังห้องทดลองของตัวเอง และ ปลุกมนุษย์ดัดแปลงหมายเลข 17 และ 18 ให้ฟื้นขึ้น แต่ทว่า มนุษย์ดัดแปลงทั้ง2 ต้องการที่จะปลุก มนุษย์ดัดแปลงหมายเลข 16 ให้ตื่นด้วย ดร.เกโร่ก็พยายามห้ามเพราะเป็นผลงานที่ไม่เสร็จสมบูรณ์ ดร.เกโร่จึงถูกหมายเลข 17 กับ 18 ฆ่า และปลุกหมายเลข16ให้ตื่นขึ้น พวกของคุริรินเห็นเข้าก็เลยเกิดการต่อสู้กัน และเป็นฝ่ายนักสู้จากชาวโลกที่แพ้ไปอย่างยับเยิน ทรังส์เห็นว่าเวลานั้นมันคลาดเคลื่อนไปหมด แทนที่โกคูจะต้องสู้กับหมายเลข17และ18 แต่กลับไปสู้กับ หมายเลข19 และ 20 แทน ส่วนพิคโกโร่นั้นก็มุ่งหน้าไปยังวังของพระเจ้าเพื่อทำการรวมร่างเป็น1เดียว (และมีผลทำให้ดราก้อนบอลใช้ไม่ได้) ในขณะเดียวกันก็มีผู้คนจำนวนมากถูกฆ่าตาย และ คนที่ฆ่านั้นก็คือ เซล ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่ดร.เกโร่สร้างขึ้นมา รวมไปถึง ทรังส์ก็ได้รู้สาเหตุที่แท้จริงว่า เซลเป็นต้นเหตุที่ทำให้เวลานั้นมันคลาดเคลื่อนไปหมด

เซลเกมส์ ศึกชี้ชะตาความเป็นความตายของโลก
พิคโกโร่ที่รวมร่างกับพระเจ้าแล้ว ก็มุ่งหน้าไปหาเซลและได้รู้เรื่องเกี่ยวกับเซล ในขณะเดียวกัน โกคูก็ฟื้นจากอาการป่วย แล้วก็พาโกฮังไปฝึกวิชาที่ห้องกาลเวลา วังของพระเจ้า เช่นเดียวกับเบจิต้าและทรังส์ ในขณะที่เซลก็ออกอาละวาด เที่ยวฆ่าผู้คนบริสุทธิ์ รวมถึงตามหาตัว หมายเลข17 และ18 เพื่อร่างที่สมบูรณ์ ส่วนบลูม่านั้นก็สร้างรีโมททำลายมนุษย์ดัดแปลงทั้งหมดนั้นได้ ก็เลยให้คุริรินไปใช้ พอเซลเห็นหมายเลข17กับ18 ก็เกิดการต่อสู้กัน พิคโกโร่ กับ เทนชินฮัง ก็เข้าไปช่วยและเล่าความจริงทั้งหมดให้พวกมนุษย์ดัดแปลงได้ฟัง แต่ทั้ง2ก็ถูกเซลทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส โกคูจึงพาทั้ง2คนหนีไป ส่วนเซลก็ตามล่าหมายเลข17กับ18อย่างไม่ลดละ และ และก็สามารถกลืนร่างหมายเลข17 จนแปลงเป็นร่างที่2 ต่อมาเซลก็เจอกับเบจิต้า แต่ก็ไม่สามารถสู้กับเบจิต้าได้ เซลเลยหาโอกาสที่จะกลืนหมายเลข18ลงไป ปรากฏว่าคุริรินที่อยู่บริเวณนั้นก็ทำท่าจะกดปุ่มรีโมตเพื่อสังหารหมายเลย18 แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะ คุริรินซาบซึ้งพระคุณของหมายเลข18 ที่ไม่ยอมเข้าไปทำร้ายเขาในคราวก่อน เลยบอกให้หมายเลข18หนีไป แต่ก็หนีเซลไม่พ้น เลยถูกกลืนร่างกลายเป็น ร่างสมบูรณ์ ซึ่งมีพลังมหาศาล ทั้งเบจิต้าและทรังส์ไม่สามารถจะเองชนะได้ เซลก็ได้บอกว่า เขาจะจัดเซลเกมส์ขึ้น เพื่อชี้ชะตามนุษยชาติ ให้พวกทรังส์ไปเตรียมความพร้อมให้ดี ในขณะเดียวกัน โกคูและโกฮังออกมา ในสภาพที่โกฮังสามารถเป็นซูเปอร์ไซย่าได้ จากนั้น ก็ได้พาเด็นเด้มาเป็นพระเจ้าคนใหม่ของโลก เพื่อให้ดราก้อนบอลกลับมาใช้ได้เหมือนเดิม

ดราก้อนบอล